You are here:-, Case study, global, Knowledges, Media, News, Trend, Works-กรณีศึกษา: เมื่อ Nike ยังมาทำ Subscription รองเท้าเด็ก! ทำไมต้อง Subscription?

กรณีศึกษา: เมื่อ Nike ยังมาทำ Subscription รองเท้าเด็ก! ทำไมต้อง Subscription?

ทุกวันนี้ เราน่าจะคุ้นชินกับการเสียค่า Subscription หรือค่าสมาชิกรายเดือนให้สินค้าและบริการไม่ว่าจะเป็น Spotify, Netflix และอื่นๆ การทำ Subscription เป็นที่นิยมมากขึ้น ทำให้มีหลายๆ ธุรกิจเข้ามาใช้โมเดลนี้ด้วย รวมไปถึง Nike ที่ล่าสุดเปิดตัว Adventure Club บริการ Subscription สำหรับรองเท้าเด็ก!



เด็กๆ เดี๋ยวนี้โตเร็ว ทำให้การที่พ่อแม่ต้องพาลูกไปหาซื้อรองเท้าใหม่แทบทุกเดือนเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดได้ โดยเฉพาะผู้ปกครองที่อาศัยอยู่แทบชานเมือง ไม่ได้อยู่ใกล้ร้านรองเท้า รวมไปถึงการซื้อรองเท้า Online ก็ไม่รู้ว่าจะได้ไซส์ตรงที่ต้องการไหมและอาจจะมีปัญหาวุ่นวายในการขอคืนถ้าไม่ตรง

Nike เลยออก Adventure Club เป็นบริการ Subscription รองเท้าสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 2-10 ขวบ มี Plan ให้เลือก 3 แบบ คือ 1. จ่าย $20/เดือน ได้รองเท้า 4 คู่ต่อปี, 2. จ่าย $30/เดือน ได้รองเท้า 6 คู่ต่อปี และ 3. จ่าย $50/เดือน ได้รองเท้า 12 คู่ต่อปี บนกล่องจะมีชื่อของเด็ก มี Activity Guide และสติกเกอร์มาให้

มีรองเท้าให้เลือกมากกว่า 100 แบบรวมไปถึง Converse ด้วย พร้อมส่งฟรี รับประกันการเปลี่ยน คืนสินค้า และมีโปรแกรมรีไซเคิลอีกด้วย โดย Nike ได้มีการทดลองโมเดลนี้มาแล้ว 2 ปีกับบริษัทใหม่ชื่อ Easy Kicks ที่ตามรายงานของ  CNBC บอกว่ามีสมาชิกถึง 10,000 คนเลยทีเดียว



แต่นักวิเคราะห์ละผู้เชี่ยวชาญบางคนก็มองว่าด้วยราคาเท่านี้ Nike อาจจะเจอปัญหาในการรักษาลูกค้าเอาไว้ อาจจะต้องเพิ่มประสบการณ์, การ Personalization หรือส่วนลดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของเด็กๆ เพราะตอนนี้ยังดูไม่มีอะไรมากกว่าเรื่องเด็กๆ ต้องการรองเท้าใหม่ ซึ่งจะทำให้ผู้ปกครองอาจจะหันไปหาตัวเลือกที่ถูกกว่า ที่ไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิกแบบนี้

หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าทำไมการทำ Subscription ถึงเป็นที่นิยม ตามข้อมูลจาก Ordergroove พบว่า 67% ของผู้ค้าปลีกรายได้เพิ่มขึ้นเป็นประโยชน์อย่างหนึ่งจากการทำ Subsription, 61% บอกว่ากำไรมากขึ้น, 50% บอกว่าสามารถคาดการณ์รายรับได้มากขึ้น และ KPI อื่นๆ ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

Nike ไม่ใช่แบรนด์เดียวที่ลงมาทดลองโมเดล Subscription ในตอนนี้ ยังมีแบรนด์อย่าง American Eagle, Urban Outfitters และ Foot Locker ที่เข้ามาทดลองโมเดล Subscription ในรูปแบบของตัวเองเช่นกัน และแว่วมาว่า Nike มีการวางแผนสำหรับ Subscription ในอีกหลากหลาย Cocept เช่น รองเท้าสำหรับนักวิ่ง เป็นต้น



ในมุมมองของ Ad Addict ก็มองว่าเป็นโมเดล Subscription เป็นอีกโมเดลที่น่าสนใจ สำหรับการขยายบริการหรือทำธุรกิจ แต่แน่นอนว่าก็ต้องมีการวางแผน วางวิธีการการแก้ Pain Point ของลูกค้าอย่างของ Nike เอาไว้ แอดมองว่า Nike คิดมาค่อนข้างครบ Loop เลยทีเดียวสำหรับ Adventure Club

ตั้งแต่ตัวกล่องที่จะเป็นชื่อของเด็กแต่ละคน ที่เล่นในเรื่องของการ Personalization, มีระบบรับประกันสามารถเปลี่ยนหรือคืนได้ เพราะอย่างที่บอกไปว่าเด็กๆ โตเร็ว 3-4 เดือนรองเท้าก็อาจจะไม่ใช่ไซส์เดิมแล้ว ให้เปลี่ยนคืนได้โดยไม่ยุ่งยากวุ่นวายพ่อแม่ผู้ปกครองน่าจะถูกใจ และยังมีโปรแกรมรีไซเคิลที่ทำให้เห็นว่าใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม

ถามว่าเป็นโมเดลที่น่าสนใจไหมสำหรับเมืองไทยหรือธุรกิจในไทย แอดก็มองว่าน่าสนใจน่าจะเอาไปปรับหรือประยุกต์ได้กับหลายธุรกิจ แต่ก็อาจจะต้องมองในเรื่องของการคำนวณราคาเรื่องของต้นทุน ผลกำไรให้ดี ต้องมองที่ความพร้อมด้วยว่าเราพร้อมที่จะทำไหม และถ้าทำเราจะทำออกมาในรูปแบบประมาณไหน แตกต่างจากเจ้าอื่นอย่างไร ทำไมคนต้องยอมจ่าย Subscription รวมไปถึงปัจจัยอื่นๆ อีกด้วย

Source: 1 , 2

By |2019-08-14T15:29:31+00:00สิงหาคม 14th, 2019|Categories: Brand, Case study, global, Knowledges, Media, News, Trend, Works|Tags: , , , , , |0 Comments

About the Author:

Patsawan Simaaree
Patsawan Sima-aree I Content Creator of Ad Addict เรียนจบกราฟิกดีไซน์ มาเป็น Content Creator ด้านการตลาดและโฆษณา เพราะความชื่นชอบล้วนๆ และเชื่อว่าการได้ถ่ายทอดเรื่องราวไม่ว่าจะผ่านการเขียนหรืองานศิลปะนั้นคือความสุขของเราในฐานะ Creator

Leave A Comment