You are here:-Yasinthorn Sangprateep
Yasinthorn Sangprateep

About Yasinthorn Sangprateep

Yasinthorn Sangprateep | Content Creator of Ad Addict | นักเขียนฝึกหัดและช่างภาพอิสระ ที่ให้เสียงเพลง ภาพยนตร์และงานโฆษณา เป็นแรงขับเคลื่อนในการสร้างสรรค์ผลงานในทุกวันของชีวิต

ฟังทางนี้! รวม 5 แอปพลิเคชั่นพัฒนาตนเอง ที่จะทำให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้นได้ไม่ยาก

นี่เป็นช่วงเวลาของการชี้ทางสว่างสำหรับทุกคน! ใครๆ ก็อยากเป็นคนที่มีวินัยเพื่อที่จะให้เราเป็นคนที่ประสบความสำเร็จได้ในอนาคตข้างหน้าต้องฟังทางนี้ เพราะเราได้รวม '5 แอปพลิเคชั่นที่จะทำให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น' ไว้ที่นี่แล้ว ซึ่งการพัฒนาตัวเองนั้นต้องประกอบไปด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนแปลงนิสัยให้ดีขึ้น,การจัดการบริหารเวลาและจัดการการเงินงบรายรับรายจ่าย แต่ละแอปพลิเคชั่นจะตอบโจทย์เรื่องเหล่านี้ได้อย่างไรลองไปดูกันเลย 1. Alarmy >> สิ่งที่ง่ายที่สุดสำหรับการพัฒนาตัวเองนั่นก็คือ ต้องเริ่มตั้งแต่การตื่นนอน นี่คือแอปพลิเคชั่นตั้งนาฬกาปลุกที่ชวนหัวร้อนมากที่สุด เพราะวิธีการปิดเจ้านาฬิกาปลุกเรือนนี้ยากซะเหลือเกิน ต้องผ่านภารกิจสุดหินถึงจะปิดมันได้ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม คิดเลข เซลฟี่ เขย่ามือถือ หรือสแกนบาร์โค้ดก็มีมาด้วย บอกเลยถ้าเรื่องแค่นี้ทำไม่ได้ก็ต้องฟังมันไปเรื่อยๆ จนตื่นเองนั่นแหละ 55 2. Daily Habits >> เราต้องทิ้งพฤติกรรมเดิมๆ ไปซะถ้าอยากพัฒนาตัวเอง ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากพอสมควรในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ เราจึงอยากแนะนำ Daily Habits แอปพลิเคชั่นที่จะช่วยให้เพื่อนๆ จัดการกิจกรรมที่ต้องทำในแต่ละวันได้อย่างเป็นระบบ ระเบียบมากขึ้นและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ดี ซึ่งตัวแอปจะให้เราใส่สิ่งที่ทำทั้งเรื่องดีและไม่ดีในแต่ละวันลงไป ทีนี้ความฉลาดของมันก็จะประมวลผลออกมาถึงแผนในอนาคตต่อจากนี้ สำหรับวิธีที่จะให้เราเป็นคนดีทีขึ้นออกมาให้ 3. Piggipo >> ถ้ามีพฤติกรรมที่ดีขึ้นแล้ว แต่การเงินยังแย่อยู่ก็ให้เจ้าแอป Piggipo ช่วยเถอะ ซึ่งแน่นอนว่าบัตรเครดิตกับคนวัยทำงานต้องเป็นของคู่กัน คนนึงอาจจะมีบัตรหลายใบ ใช้จ่ายกันแต่ละเดือนแทบจะจำไม่ได้ว่าซื้ออะไรกับบัตรใบไหน ดังนั้นแอปนี้จึงมีประโยชน์กับเพื่อนมากๆ สามารถ Sync

By |2019-10-22T01:36:00+00:00ตุลาคม 22nd, 2019|Categories: Case study, Knowledges|Tags: , |0 Comments

รวม 6 ฟิลเตอร์เรียกเสียงหัวเราะ! ที่ไม่ว่าใครก็ต้องหยุดดู Stories ของคุณ

ไม่ว่าจะไปทางมองไปทางไหนก็เห็นคอนเทนต์มากมายใน Instagram ทั้งจากแบรนด์สินค้ารายใหญ่ รายย่อย, Influencer และยังรวมไปถึงผู้ใช้งานทั่วไปอีกด้วย ทำให้การสื่อสารด้วยรูปภาพหรือวิดีโอที่ธรรมดาๆ อาจจะไม่สามารถดึงดูใจคนได้มากมายนัก การแต่งรูปให้สวยงาม ใช้ฟิลเตอร์ที่โดดเด่นเท่านั้นจึงจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ วันนี้แอดจึงจะมาแนะนำเกี่ยวกับฟิลเตอร์สุดกวนสำหรับ IG Stories จากเหล่าครีเอเตอร์ทั้งหลายให้เพื่อนๆ ได้ไปติดตามใช้งานกัน จะมีใครบ้างลองไปดูพร้อมๆ กันเลย 1. Pump Up the Volume จาก anonamister >> หลายคนคงมีความฝันว่าอยากจัดรายการวิทยุกันตั้งแต่เด็ก วันนี้ไม่ว่าจะเป็นใครก็สามารถเป็นดีเจได้แล้ว ฟิลเตอร์สุดฮาที่จำลองห้องอัดขึ้นมา รอให้เพื่อนๆ ได้เอาหน้าไปใส่ ใครอยากเปิดเพลงไหนให้กับคนที่ต้องตามได้ฟังก็เข้าไปลองเล่นกันเลย 2. Ricardo Milos จาก sergiobaaaaaaa ใครไม่รู้จักพี่โตถือว่าเอาท์! (คนหน้าเหมือนพี่โต Silly Fools) มีมที่ชาวเน็ตชอบหยิบนำไปเล่นกัน ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพในคอมเมนต์ หรือไฟล์ GIF ที่พี่แกเต้นโชว์ก้น ซึ่งความฮานี้ก็ได้ลุกลามมาถึงใน IG แล้ว เพื่อนๆ สามารถเอาหน้าของตัวเองไปใส่แทนพี่โตได้แล้ว เพียงแค่ไปฟอลโลว์ตาม sergiobaaaaaaa 3. WWE: The Rock

By |2019-10-22T00:23:53+00:00ตุลาคม 21st, 2019|Categories: Creative, Knowledges, Media|Tags: , , |0 Comments

เมื่อ Trello จับมือกับ 3M ได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่ให้ Post-it โดยเปลี่ยน สิ่งที่เขียนให้ลงบน Trello ได้ง่ายขึ้น

ต่อให้เราจะมีความจำดีกันสักแค่ไหน? แต่สุดท้ายแล้วถ้าเราไม่จดอะไรเพื่อบันทึกความจำเลยไม่นานมันก็คงถูกลืมไป และจากปัญหานี้แหละจึงทำให้ Post-it เป็นสิ่งที่สำคัญในชีวิตเราเป็นอย่างมาก ใช้งานได้สะดวกสบาย ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเล็กหรือใหญ่ก็ตาม เพื่อนๆ ก็จะไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน แต่เรื่องจริง 1 ข้อที่มักพบจากการใช้งานคือ ไม่สามารถนำข้อมูลที่เราจด Post-It ในโลกของความเป็นจริง เปลี่ยนไปเป็นข้อมูลทางดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว จึงเกิดแอปพลิเคชั่น Post-it ขึ้นมา ที่จะเปลี่ยนสิ่งที่เขียนไว้ให้ลงบนโทรศัพท์ได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ยังไม่สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้งานได้หลากหลายสักเท่าไร ทำให้เกิดการร่วมมือระหว่าง Trello แอปพลิเคชั่นสำหรับจัดตารางงาน และ 3M (เจ้าของแบรนด์ Post-it) ในการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ให้กับแอปพลิเคชั่น Post-it ที่ให้เพื่อนๆสามารถ Export โน๊ตบนโลกดิจิทัลจากการสแกนเหล่านั้นไปใน Trello เพื่อจัดวาง To-do-list ที่ต้องทำในแต่ละวันได้แบบสะดวกมากขึ้น การใช้งานจะง่ายแค่ไหนไปชมกันเลย https://twitter.com/trello/status/1179837417731301376 เรียกว่าถูกใจผู้ที่อยากบริหารเวลาให้เป็นระเบียบมากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะแต่ละวันนั้นเราต้องโน๊ตเรื่องที่สำคัญแบบนับไม่ถ้วน  ทำให้การจัดการแต่ละอย่างนั้นยุ่งยากพอสมควร บางครั้งให้พิมพ์ลงคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ก็อาจจะไม่ดีเท่าการจด นี่จึงทำให้ผู้ใช้นั้นสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นไปอีกหนึ่งขึ้น แถมทั้งสองแบรนด์ยังได้รับผลประโยชน์กันไปอย่างเต็มที่ มีจุดร่วมของการทำงานที่น่าสนใจและมีประสิทธิภาพ ทำให้แคมเปญนี้เป็นหนึ่งตัวอย่างของการร่วมมือกันที่หลายแบรนด์ควรเอาเป็นแบบอย่างจริงๆ Source: 1

By |2019-10-21T13:13:13+00:00ตุลาคม 21st, 2019|Categories: global, Works|Tags: , , |0 Comments

KFC ใจป๋า! ใน ‘Seasoned Tickets’ แคมเปญใหม่ล่าสุด ที่จะส่งไก่ทอดให้กินถึง 528 ชิ้น ในราคา 75 เหรียญเท่านั้น

สามารถกิน KFC Wing 528 ชิ้น ในราคา 75 เหรียญได้จริงหรือ? ไหนใครชอบไก่ทอดของ KFC ยกมือขึ้น? นี่คงเป็นแคมเปญที่ถูกใจพวกคุณแน่ๆ เมื่อผู้พันใจป๋าเตรียมส่ง KFC Wing ถึง 48 ชิ้นติดต่อกันในทุก 9 สัปดาห์ และ 96 ชิ้นในสัปดาห์ที่ 10 ซึ่งรวมแล้ว 528 ชิ้น ให้กับลูกค้าในราคาเพียง 75 เหรียญเท่านั้น (ประมาณ 2,200 บาท) https://www.youtube.com/watch?time_continue=6&v=9WdijCBU3ac โดยปกติแล้วสำหรับการสั่งซื้อ KFC Wing จำนวน 48 ชิ้นจะอยู่ที่ราคา 36.99 เหรียญต่อ 1 ครั้ง และเมื่อเทียบกับไก่ทอดที่จะได้รับแล้วอยู่ที่ 528 ชิ้น รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดจะอยู่ที่ 406.89 เหรียญ แต่สำหรับ ‘Seasoned Tickets’ นี้จ่ายเพียง 75 เหรียญ เรียก่าเป็นราคาการ

By |2019-10-19T23:47:10+00:00ตุลาคม 19th, 2019|Categories: global, Works|Tags: , |0 Comments

4 ข้อน่าสนใจจาก ‘Cannes แล้วไปไหน?’ ทำไม 2 ปีมานี้งานไทยถึงถูกพูดถึงในงาน Cannes Lions น้อยลง

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมาทาง Ad Addict ที่มีโอกาสได้ร่วม "Thai Creativity in Cannes Lions" งานเฉลิมฉลองความสร้างสรรค์ครั้งยิ่งใหญ่ของคนไทยจาก a day magazine ที่จัดขึ้นที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เรียกเป็นงานที่รวบรวมผลงานสุดเจ๋งที่ได้รับรางวัลตลอด 20 ปีของ Cannes Lions ไว้ในหนังเรื่องเดียว ให้คนที่เข้ามาร่วมงานได้ชมกันอย่างจุใจถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง ไม่เพียงแค่นั้นยังมีช่วงเวลาของการเสวนาในหัวข้อเรื่อง 'Cannes แล้วไปไหน?' จากผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการโฆษณาจากในเมืองไทยหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็น ภาณุ อิงคะวัต นักสร้างสรรค์งานโฆษณาระดับตำนาน และที่ปรึกษาแบรนด์ Greyhound, พินิต ฉันทประทีป อดีตครีเอทีฟที่ผันตัวมาเป็น VP Global Branding ดูแลแบรนด์ Double A ที่มี 130 ประเทศทั่วโลก, วิศิษฎ์ ล้ำศิริเจริญโชค ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์จาก Ogilvy Group Thailand, สหรัฐ สวัสดิ์อธิคม ผู้บริหารจากดิจิทัลเอเจนซี CJ WORX Bangkok และ สุรชัย

เอาใจคุณผู้หญิง! เมื่อ Converse x O.P.I กลับมาอีกครั้งกับรองเท้าสียาทาเล็บ ที่สายแฟชั่นควรมีเป็นเจ้าของ

กลับมาอีกครั้งกับคอลเลกชั่นสุดเปรี้ยวเอาใจสาวๆ กับ Converse x O.P.I  รองเท้ารุ่นพิเศษที่ดีไซน์ให้มีเฉดสีเดียวสีกับน้ำยาทาเล็บ ที่จะช่วยให้สไตล์การแต่งตัวของเพื่อนๆ เข้ากันทั้งเสื้อผ้าหน้าผมได้อย่างลงตัว ซึ่งคอลเลกชั่นนี้ได้ออกมาทั้งหมดด้วยกันถึง 4 สี 4 เฉด ไม่ว่าจะเป็นสีแดงสด, สีม่วง, สีพีช และสีเทาควันบุหรี่ เรียกว่ามีสีสันสวยงามไม่แพ้รุ่นก่อนเลยทีเดียว พร้อมกับความพิเศษที่เพิ่มมาในส่วนหัวให้เงางามชวนสะดุดตาได้มากกว่าเดิม https://www.facebook.com/conversemy/videos/1379224998907957/?t=8 โดย Converse x O.P.I ได้สร้างประสบการณ์สุดฮิตแบบถล่มทลายไปแล้ว ตั้งแต่คอลเลกชั่นแรกในสีสันเฉดนีออนแสบตาที่ได้อิทธิพลมาจากดนตรี EDM ให้เพื่อนๆ ได้สนุกสนานไปกับการแต่งตัว สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้ากันได้สะใจ เรียกว่าสร้างลุคเก๋ๆ ที่แปลกไปจากเดิมแน่นอน นับว่าเป็นการร่วมมือกันที่น่าสนใจมากๆ แม้ว่าทั้งสองผลิตภัณฑ์อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกันโดยตรงแต่ก็สามารถหาจุดร่วมมานำเสนอให้ผู้บริโภคได้อย่างลงตัว และยิ่งคอลเลกชั่นใหม่นี้ทำออกมาให้เหมาะกับคนทั่วไปมากขึ้น เลือกใช้เฉดสีที่อ่อนนุ่มลงแต่ยังคงเก็บความแสบความเปรี้ยวเอาไว้ เรียกว่าไม่ต้องเป็นสายแฟชั่นจ๋าก็สามารถซื้อมาเพิ่มความเก๋ให้กับตัวเองได้ ซึ่งตอนนี้เพื่อนๆ หาซื้อมาเป็นเจ้าของได้แล้ว มีวางวจำหน่ายหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็น คอนเวิร์สสาขา สยามดิสคัฟเวอรี่, เซ็นทรัลเวิลด์, สยามพารากอน หรือ Lazada ก็ได้

By |2019-10-19T22:24:31+00:00ตุลาคม 19th, 2019|Categories: Design, global, local, Works|0 Comments

สุดคลาสสิก! เมื่อ Kodak ร่วมมือกับ Case Mate ปล่อยเคสลวดลายใหม่ ที่ใครเห็นเป็นต้องเหลียวกลับมามอง

ในวันที่ทุกคนโหยหาความคลาสสิกและความเท่จากวันวาน ทำให้กล้องฟิล์มจากยุคของอนาล็อกกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แม้ว่านี่จะเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัวไปเสียแล้ว แต่กระแสของกล้องฟิล์มนั้นยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ Kodak ขอกระแสความแรงนี้ด้วยอีกครั้ง ด้วยการจับมือกับ Case Mate แบรนด์ผลิตเคสโทรศัพท์มือที่มีคุณภาพระดับโลก มาร่วม Collaboration กันทำเคสสุดพิเศษที่เอาใจคนรัก Kodak ซึ่ง Case Mate ได้ถ่ายทอดความคลาสสิกทุกอย่างของ Kodak ลงบนสินค้าได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นแถบสีแดงจากกล่องฟิล์มสีเหลืองรุ่นเก่าๆ  หรือแถบสีรุ้งจากฟิล์ม Kodacolor Gold ก็ดูพรีเมียมไปซะหมด  โดยทำออกมาสำหรับสินค้าหลายประเภทของ Apple มีทั้งเคสสำหรับ iPhone X, AirPods, Apple Watches หรือรุ่นใหม่อย่าง iPhone 11 ก็มากับเขาด้วย ไม่เพียงความสวยงามที่ชวนให้เราจับจองเป็นเจ้าของแล้ว แต่ยังตัวเคสยังคงรักษาด้านคุณภาพของการใช้งานไว้เป็นอย่างดี ซึ่งมันสามารถป้องกันอุปกรณ์ของคุณจากการตกในที่สูงถึง 10 ฟุตเลยทีเดียว ส่วนใครที่อยากจับจองเป็นเจ้าของก็สามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ของ Case Mate ได้เลย โดยราคาจะเฉลี่ยอยู่ที่ 35 เหรียญ เรียกว่าทั้งความสวยงามและความทนทานนี้คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์จริงๆ Source: 1

By |2019-10-18T23:50:09+00:00ตุลาคม 18th, 2019|Categories: global, Works|Tags: , , |0 Comments

เราคือเพื่อนกัน! แคมเปญสุดดีงามจาก Sprite ที่เปิดพื้นที่ให้สำหรับคนรุ่นใหม่ สามารถคุยเรื่องที่อยู่ในใจได้ทุกเรื่อง

'เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด' คำๆ นี้ยังคงอธิบายความหมายออกมาได้ดีเสมอ เพราะวัยรุ่นเป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง มีเรื่องราวให้คิดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร่างกายที่โตขึ้น ความรักครั้งแรก สังคมเพื่อนและการใช้ชีวิตในอนาคตต่อไปอีกด้วย สิ่งที่ต้องการมากที่สุดสำหรับวัยรุ่นนั่นก็คือคนที่เข้าใจ พวกเขาต้องการคนที่สามารถรับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปพร้อมกับแนะนำแนวทางการแก้ปัญหาได้ ต้องการรู้ว่าอย่างน้อยๆ ก็มีคนที่ประสบปัญหาเดียวกัน ต้องการรู้ว่าเค้าไม่ได้อาศัยอยู่บนโลกที่เลวร้ายนี้คนเดียว ซึ่งนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของแคมเปญ “No Estas Solo” หรือแปลว่า “You Are Not Alone” จาก Sprite ขึ้นมา โดยร่วมมือกับ Reddit แพลตฟอร์มในการพูดคุยเรื่องราวต่างๆ มาเปิดพื้นที่ให้กับวัยรุ่นสำหรับการพูดคุยปัญหาต่างๆ ได้ทุกเรื่อง เพื่อให้พวกเขาได้รู้สึกอบอุ่นมากขึ้น มีคนที่คอยรับฟังแม้ว่าเรื่องราวจะไร้สาระมากแค่ไหน สำหรับแคมเปญนี้ได้ทำวิดีโอโฆษณาออกมาด้วยจะเป็นอย่างไร ไปชมกันเลย https://www.youtube.com/watch?v=ad-Eo07zU50 https://www.youtube.com/watch?v=iE35fvC5dB0 แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของ Sprite ที่ทำแคมเปญลักษณะนี้ออกมา ในช่วงต้นปีก็มีแคมเปญ “I Love You Hater” ที่พูดถึงความเท่าเทียมในสังคม สนับสนุนให้ทุกคนมีจุดยืนในเส้นทางของตัวเองเช่นกัน https://www.youtube.com/watch?v=eiP5QB1yvN4 เรียกว่าทั้งหมดเป็นแคมเปญที่ดีสำหรับคนรุ่นใหม่จริงๆ ซึ่งทางแบรนด์พยายามนำเสนอความเป็น Sprite ที่ต่างไปจากปกตินิดนึง ส่วนใหญ่เรามักจะเห็นแต่แคมเปญสุดซ่า ชวนวัยรุ่นไปทำกิจกรรมสนุกๆ ตามคอนเซปต์ของผลิตภัณฑ์ แต่นี่ถือเป็นการสร้างจุดยืนใหม่ที่ดีให้กับตัวเองไม่แพ้แคมเปญเก่าๆ ที่เคยทำไว้เลย

By |2019-10-18T23:45:17+00:00ตุลาคม 17th, 2019|Categories: global, Works|Tags: , , , , |0 Comments

ก๊อก..ก๊อก! เมื่อ Google เซอร์ไพรส์ ส่งมือถือเครื่องล่าสุดอย่าง “Pixel 4” ไว้ในกล่องของ Domino’s Pizza

หลังจากที่ได้เปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ  กับโทรศัพท์มือถือจากฝั่งของแอนดรอยด์อย่าง Google Pixel 4 ที่ออกพร้อมกับสีส้มบาดตาที่ไม่เคยมีมาก่อน และเทคโนโลยีชุดใหม่ที่ใส่มาแบบจัดเต็ม ไม่เพียงจะเรียกเสียงฮือฮาจากเทคโนโลยีใหม่ๆ แล้วแต่ยังปล่อยแคมเปญที่น่าสนใจออกมาพร้อมกันอีกด้วย นั่นก็คือการที่จับมือกับ Domino’s Pizza ส่งตรงเจ้า Google Pixel 4 ไว้ในกล่องพิซซ่า เพื่อให้เหล่า Influencer ได้ลองใช้กัน กินพิซซ่าไม่เหงา..เพราะสามารถเปิดเพลงผ่านคำสั่งเสียงได้ ซึ่งเป้าหมายของแคมเปญนี้คือต้องการส่งโทรศัพท์ให้กับ YouTuber ที่เป็นแฟนคลับของ Google Pixel อยู่แล้วให้ได้ลองใช้ฟีเจอร์ใหม่ๆ โดยการให้ทดลองเปิดเพลง Invisible Touch - Genesis ขณะกินพิซซ่าแบบไม่ต้องใช้มือด้วยฟีเจอร์ Motion Sense ที่เป็นการสั่งการโทรศัพท์ด้วยมือ และ Google Assistant ที่ไว้สำหรับการสั่งการด้วยเสียง คล้ายกับว่าเรามีเวทย์มนต์อะไรแบบนั้นเลย https://www.youtube.com/watch?v=klx41_tzrTY https://twitter.com/samsheffer/status/1184161611617067008 เรียกว่าเป็นแคมเปญที่เจ๋งๆ เลยทีเดียว ใครจะคิดว่าโทรศัท์กับพิซซ่าจะสามารถเข้ามาร่วมงานกันได้ สามารถหยิบ Pain Point ที่เจอตอนทานกินพิซซ่าแล้วมือจะเลอะ ใช้งานโทรศัพท์ไม่ได้มานำเสนอได้อย่างน่าสนใจ และสุดท้ายแล้ว Domino

By |2019-10-16T21:26:29+00:00ตุลาคม 16th, 2019|Categories: global, Works|Tags: , , |0 Comments

The Fork! เมื่อ Nissin x Nendo ปล่อยโปรดักส์ส้อมชิ้นใหม่ ที่ออกแบบใช้งานให้ง่ายขึ้นด้วยดีไซน์สุดล้ำ

หลายคนคงมีประสบการณ์ในการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันช่ำชองอย่างแน่นอน เรียกว่าเป็นอาหารที่อยู่คู่กับเรามาอย่างยาวนาน แต่สำหรับการกินบะหมี่แบบถ้วยด้วยส้อมที่แถมมาให้นั้นทำให้การกินของเราค่อยข้างลำบาก เหมือนเป็นการออกแบบที่ไม่เข้าใจผู้ใช้งานสักเท่าไร นี่ถือเป็นนวัตกรรมใหม่แห่งวงการบะหมี่เลยก็ว่าได้! เมื่อ Nissin Cup Noodle ได้ร่วมมือกับดีไซเนอร์ร่วมสมัยชื่อดังอย่าง Nendo (เนนโดะ) ออกแบบส้อมสำหรับกินบะหมี่ขึ้นมาใหม่ ที่จะช่วยให้การกินบะหมี่ของเราง่ายขึ้นกว่าเดิม ผลงานจะเจ๋งแค่ไหนลองไปชมพร้อมๆ กันได้เลย https://www.youtube.com/watch?v=4B0ck9xyXTY 'The Fork' คือชื่อของผลิตภัณฑ์ใหม่ตัวนี้ ด้วยการดีไซน์สุดล้ำจาก Nendo ได้เข้ามาทำให้ส้อมมีรูปทรงที่ต่างไปจากเดิม ผ่านการคิด วิจัยมาเป็นอย่างดีถึงวิธีที่จะทำให้กินบะหมี่ได้ง่ายที่สุด โดยการหักมุมกระทบของส้อมกับภาชนะให้อยู่ที่ 128 องศา และ บิดด้ามจับให้ไปที่ 128 องศาเช่นกัน มีการดีไซน์ทำให้ส่วนที่ตักโค้งมนมากขึ้นเพื่อรับกับส่วนโค้งของตัวถ้วย พร้อมกับเพิ่มพื้นที่ให้ยื่นออกมาจากตัวส้อมนิดหน่อยเพื่อให้เส้นยึดเกาะได้ไม่หล่น และสุดท้ายคือออกแบบได้เข้าใจผู้ใช้สุดๆ ได้ทำออกมา 2 สี สองแบบสำหรับคนที่ถนัดซ้าย-ขวา อีกด้วย นับว่าเป็นการดีไซน์ที่ตอบโจทย์การใช้งานมากๆ ไม่เพียงแก้ปัญหาให้กินบะหมี่ได้ง่ายขึ้น แต่ยังช่วยลดขยะพลาสติกจากการผลิตส้อมได้อีกด้วย เรียกว่าตอบโจทย์ทั้งพฤติกรรมการใช้งานและการใส่ใจสังคมได้ในโปรดักส์เดียว Source : 1

By |2019-10-16T21:06:02+00:00ตุลาคม 16th, 2019|Categories: global, Works|Tags: , , , |0 Comments