You are here:-, Creative, Editor Picks, Knowledges, Media, Trend-สรุป 10 ประเด็นน่าสนใจของวงการโฆษณาและการสื่อสารในอนาคตจากงาน “ADverTeller”

สรุป 10 ประเด็นน่าสนใจของวงการโฆษณาและการสื่อสารในอนาคตจากงาน “ADverTeller”

สรุป 10 ประเด็นน่าสนใจของวงการโฆษณาในอนาคตจากงาน “ADverTeller” โดยผู้เชี่ยวชาญจากวงการโฆษณาและการตลาดในไทย


วันนี้แอดได้มีโอกาสในการไปฟังงานสัมนาดีๆ เกี่ยวกับทิศทางและอนาคตของวงการโฆษณาในไทยคืองาน “ADverTeller” โฆษณาพยากรณ์ รู้ก่อนใคร ใหม่ก่อนเทรนด์ ที่จัดขึ้นโดยนิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาการโฆษณา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ด้านการโฆษณาและการตลาด อาทิ คุณเล็ก ดมิสาฐ์ (SOUR Bangkok) / คุณบี สโรจ (Rabbit Digital Group) / คุณป้อม ศิวัตร (GroupM Thailand) และคุณตูน สุธีรพันธุ์ (SCB) มาให้คำแนะนำและคำพยากรณ์เกี่ยวกับวงการการสื่อสารในอนาคตกัน!

  


ต้องบอกว่างานนี้แค่เห็นชื่อวิทยากรที่มาพูดคุยก็น่าสนใจสุดๆ แล้ว เพราะมาจากทั้งหลากหลายวงการ ไม่ว่าจะเป็น Creative Agency, Digital Agency, Media Agency รวมถึงฝั่ง Brand เช่นกัน ดังนั้นในวันนี้ Ad Addict เลยขออนุญาตสรุป 10 ประเด็นที่น่าสนใจจากงานนี้มาแบ่งปันกันเพราะคิดว่าคงมีประโยชน์กับเพื่อนๆ กันอย่างแน่นอน ลองดูกัน!


10 ประเด็นน่าสนใจของวงการโฆษณาในอนาคตจากงาน “ADverTeller”

(1) Data คือเรื่องสำคัญที่ทุกธุรกิจต้องให้ความสำคัญ

>> ไม่ว่าจะเป็นวงการเอเจนซี การตลาด รวมถึงธุรกิจต่างๆ สิ่งที่สำคัญมากๆ ในตอนนี้คือเรื่องของ ‘Data’ หรือข้อมูล ที่ทุกธุรกิจจะต้องเรียนรู้จากการเก็บข้อมูลต่างๆ และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งในเรื่องของการสื่อสาร การขายสินค้า รวมถึงการบริการจัดการลูกค้าของตนเอง ดังนั้นสำหรับใครที่ยังไม่เริ่มต้องเริ่มแล้ว!

(2) การตลาดที่มีประสิทธิภาพต้องเกิดจาก Technology + Creativity

>> ในยุคที่โฆษณารุ่งเรืองในหลายปีก่อน เราอาจจะคิดว่า Creativity เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว เพราะตอนนี้ Creativity จะต้องทำงานควบคู่กับอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็น Data, Technology ที่จะทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (ดูตัวอย่างของเอเจนซีใหญ่ๆ ที่รวมกันก็เห็นแล้วว่าทิศทางมันเปลี่ยนไป เช่น VMLY&R, Wunderman Thompson) แต่ในทางกลับกัน สำหรับใครที่อยู่กับ Data เยอะๆ ก็อย่าจมอยู่กับข้อมูลเหล่านั้น แต่ต้องมีความสร้างสรรค์เสริมเพิ่มเติมเช่นกัน

(3) ปัจจุบันไม่มีแยก Offline / Online แล้ว แต่มันคือการสร้าง Experience

>> หลายคนอาจจะเห็นว่าปัจจุบันโลกออนไลน์เป็นโลกที่สำคัญและหันมาสนใจแต่ออนไลน์เป็นหลัก แต่จริงๆ แล้วเมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป สื่อที่ใช้ก็หลากหลาย ดังนั้นในมุมมองของผู้สื่อสาร ตอนนี้สิ่งที่ทำคือการสร้าง Experience เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคตลอดทั้ง Consumer Journey โดยไม่แบ่งอีกต่อไปว่าอะไรคือออฟไลน์ออนไลน์แต่ทั้งหมดนี้คือสื่อที่ผู้บริโภคเขาใช้

(4) จริงๆ แล้วผู้บริโภคไม่ได้เปลี่ยนไปมาก แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือสิ่งแวดล้อมรอบตัวของเขา

>> ความเป็นพื้นฐานของมนุษย์จริงๆ แล้วไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปนานแค่ไหน ก็ยังเหมือนเดิมอยู่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปและนักการตลาดหรือนักโฆษณาต้องให้ความสำคัญมากๆ คือการศึกษาความเปลี่ยนแปลงของ ‘สื่อ’ ว่าเราจะหาวิธีการจัดการเครื่องมือไหน ที่สามารถเข้าถึงและสร้างการสื่อสารให้กับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(5) ในอนาคตคำว่า ‘โฆษณา’ จะค่อยๆ หายไป แต่กลายเป็น ‘คอนเทนต์’ แทน

>> แน่นอนว่า ในอนาคตแบรนด์ก็ยังคงต้องสร้างการสื่อสารอยู่เพื่อช่วยดำเนินธุรกิจ โดยนักการตลาดและการสื่อสารจะพูดคำว่า ‘โฆษณา’ น้อยลง แต่จะหันมาพูดถึงเรื่อง ‘คอนเทนต์’ และ ‘ช่องทาง’ (Channel) มากยิ่งขึ้น เพราะปัจจุบันการสร้างการสื่อสาร มันไม่จำเป็นต้องเป็นหนังโฆษณาเหมือนเดิม แต่มันสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น เช่น MV เป็นต้น

(6) การสื่อสารในอนาคตจะใช้ระบบ Automation มาช่วยมากขึ้น

>> เทคโนโลยีจะถูกนำมาช่วยในการสื่อสารมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในมุมของการซื้อสื่อ อย่างระบบของ Facebook, Google แต่สิ่งท่ีจะเกิดขึ้นคือ ระบบเหล่านี้ หลายๆ ธุรกิจจะต้องพัฒนาขึ้นมาเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเช่นกัน หรือแม้แต่ในมุมของการเก็บข้อมูลต่างๆ ไม่ใช่การหา Insight ด้วยการไปสัมภาษณ์แบบเดิมๆ แล้ว แต่จำเป็นต้องมีเครื่องมือในการเก็บช้อมูลต่างๆ จากพฤติกรรมของผู้บริโภค เป็นต้น

(7) ในอนาคตเอเจนซีโฆษณาจะไม่หายไป เพราะยังคงเป็นแก่นแห่ง ‘Creativity’

>> หลายคนอาจจะคิดว่า เอเจนซีโฆษณาจะหายไปในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันหลายๆ แบรนด์ก็เริ่มสร้างทีม In-house ของตนเองในการวางแผนการสื่อสาร และซื้อสื่อต่างๆ แน่นอนว่า ถ้าหาก agency ยังคงแข็งแรงในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ และการเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในด้านการสื่อสารนี้ แน่นอนว่าเอเจนซีจะไม่หายไป แต่ลูกค้าจะต้องเลือกใช้เอเจนซีให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้นแค่นั้นเอง ดังนั้นต้องหาจุดยืนของเอเจนซีตนเองให้ชัด

(8) ผู้บริโภคจะมี ‘ความคาดหวัง’ กับแบรนด์ต่างๆ มากยิ่งขึ้น

>> ไม่ว่าจะเป็นความคาดหวังด้านสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการจริงๆ ที่ทำให้ชีวิตของพวกเขามีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่ที่สำคัญอีกอย่างที่ผู้บริโภคคาดหวัง คือความคาดหวังที่แบรนด์ต่างๆ จะสามารถทำในสิ่งที่สื่อสารออกมาได้จริง ไม่ใช่แค่ทำโฆษณาขายภาพฝัน แต่ต้องลงมือทำ พิสูจน์ให้จับต้องได้อีกด้วย

(9) เอเจนซีจะต้องเปลี่ยน Mindset ในการทำการสื่อสารเพื่อการ “ขาย” มากขึ้น

>> จากเดิมที่เอเจนซีมักจะชอบการทำโฆษณาเพื่อวัตถุประสงค์ในการสร้างการรับรู้ (Awareness) แต่จะไม่ชอบเวลาต้องทำการสื่อสารเพื่อการขาย (Sale/Conversion) เพราะจะมองว่ามันจะไม่สามารถสร้างสรรค์อะไรได้มาก ต้องขายตรงไปตรงมา แต่จริงๆ แล้ว เอเจนซีควรจะต้องมองว่าปัจจุบัน ความ Creativity นั้นสามารถอยู่ได้ในทุกวัตถุประสงค์ในการสื่อสาร และที่สำคัญมากๆ คือการขายของให้ได้ เพราะเป็นเป้าหมายหลักในการทำธุรกิจ

(10) Skill Set ที่สำคัญที่สุดสำหรับคนทำงานสายนี้คือ “การปรับตัว”

>> ในอนาคตวงการเอเจนซีและ Marketing จะไม่ต้องการคนที่รู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งลึกอย่างเดียว เช่น รู้ FB, รู้ Line@ แต่ต่อไปนี้จะต้องการคนที่รู้จักปรับตัวให้เหมาะสมกับยุคสมัย ไม่ติดที่ Platform แต่สามารถดูได้ทั้งข้อมูล วิเคราะห์ และหา Solution ที่เหมาะสมได้เพื่อตอบโจทย์ทางธุรกิจในยุคสมัยนั้นนั่นเอง


เห็นแบบนี้แล้ว นักการตลาดและนักโฆษณา ลองหยิบจับประเด็นที่น่าสนใจเหล่านี้ไปปรับใช้ในงานของตัวเองกันดูนะครับ รับรองว่าจะทำให้การสื่อสารของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแน่นอน และที่สำคัญที่สุด อย่าลืม ‘ความจริงใจ’ ในการสื่อสาร เพราะถ้าหากเราจริงใจกับผู้บริโภค ผู้บริโภคก็จะจริงใจกับเรา

 

ไว้ทางเราจะหาเวลามาเจาะในเรื่องบางเรื่องให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นเพิ่มเติมนะครัชชชช

About the Author:

adaddictadmin
จุดเริ่มต้นจากคนคนหนึ่งที่มีความหลงใหลใน “โฆษณา” อยากจะหาสถานที่ที่หนึ่งให้คนที่หลงใหลในโฆษณามารวมตัวกัน พูดคุยกัน แลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน จึงกลายเป็นพื้นที่แห่งนี้...‘เพราะทุกสิ่งในโลก ล้วนเป็นโฆษณา’

Leave A Comment