You are here:-, Knowledges, Trend-‘FRESH Strategy’ สรุปกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อช่วยคนที่หมดไฟจากการทำงาน จาก งานสัมมนา Burnout in The City

‘FRESH Strategy’ สรุปกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อช่วยคนที่หมดไฟจากการทำงาน จาก งานสัมมนา Burnout in The City

ยุคนี้เรียกว่าเป็นยุคที่มีการแข่งขันสูงมาก เป็นช่วงเวลาที่ทุกอย่างต้องเร่งรีบตามไปกันหมด ซึ่งมันส่งผลให้คนวัยทำงานทั้งหลายถูกกดดันมากขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งนำไฟสู่ภาวะ Burnout หรือหมดไฟในการทำงานนั่นเอง เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งภาวะที่คนยุคนี้ต่างต้องเผชิญไปตามๆ กัน

ซึ่งนี่เป็นประเด็นที่น่าสนใจมากๆ จึงทำให้เกิดการจัดสัมมนาในหัวข้อ ‘Burnout in The City’ จากนักศึกษาปริญญาโท สาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ขึ้นมาในวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา

โดยสถิติที่น่าสนใจจากงานนี้ก็คือภาวะความเครียดกำลังลุกลามขึ้นเรื่อยๆผลการวิจัยจาก Microsoft บอกไว้ว่าคนอังกฤษกว่า 86% เกิดความท้อแท้จากการทำงาน ไม่สามารถแยกงานออกจากชีวิตได้ ซึ่งสอดคล้องกับในประเทศไทยของเราที่ตอนนี้เป็นอันที่ 32 ของโลกของในสถิติการฆ่าตัวตาย

และเมื่อสำรวจลงลึกไปในประเทศไทยของเราจะเห็นว่า 1 ใน 5 คนมีโอกาสอยู่ในภาวะหมดไฟ ซึ่งทาง CMMU ได้สำรวจตัวประชากรไทยในกรุงเทพฯ จำนวน 1,280 คน ตัวเลขออกมาได้ว่าจะเกิดขึ้นกับผู้หญิง 72% และผู้ชาย 65% ด้วยความที่ผู้หญิงเป็นเพศที่คิดมาก อาจทำให้เกิดภาวะนี้สูงกว่านั่นเอง โดยสาเหตุหลักที่มาแรงที่สุดนั้นยให้เป็นเรื่องการทำงานที่หนักเงินไปในองค์กร (Work Overload), ตามมาด้วยกการขาดการสนับสนุนจากองค์กรณ์และปัญหาจากเจ้านายนั่นเอง

ทีนี้ในภาคธุรกิจควรจะต้องปรับตัวกันอย่างไร ต้องทำธุรกิจประเภทไหนที่ช่วยเติมไฟให้คนเหล่านี้ได้ เราเลยจะพาเพื่อนๆ ไปเข้าใจถึง ‘FRESH Strategy’ ที่ทาง CMMU ได้วิเคราะห์ขึ้นมากันกลยุทธ์ที่ว่านี้จะช่วยเติมไฟให้คนวัยทำงานได้อย่างไรลองไปชมกันเลย

รูปภาพจาก E-Book ของงานสัมมนา Burnout in The City


1. F = Fulfill with Friend & Family

>> การพูดคุยกับเพื่อนและครอบครัวเป็นหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียดได้ โดยภาคธุรกิจอาจจะเริ่มจากสิ่งใกล้ๆ ตัวก่อน สร้างแอปพลิเคชั่นที่เหมาะกับการคุยแบบครอบครัวให้มากขึ้น หรืออาจะเป็นแพคเกจต่างที่ทำร่วมกันได้ เช่น ร่วมกันทำอาหาร, ออกไปท่องเที่ยวร่วมกัน เป็นต้น

2. R = Recharge Your Energy

>> คนเราก็เหมือนโทรศัพท์เมื่อหมดไฟก็ต้องชาร์ต แต่ละคนก็จะมีการชาร์ตที่ต่างออกไป ซึ่งจากผลวิจัยของต่างประเทศการชาร์ตพลังให้ตัวเองนั่นอาจอยู่ในรูปของเพื่อนสี่ขาหรือสัตว์ของเรานั่นเอง สัตว์เลี้ยงสามารถจะเยียวยาความเครียดให้กับเราได้ ทำให้ธุรกิจอย่างคาเฟ่หมา คาเฟ่แมว นั้นไม่ควรมองข้าม

3. E = Entertain

>> ความบันเทิงจะเยียวยาทุกทิ่ง นี่คงเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่คนจะทำเพื่อคลายความเครียด ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม ดูหนังหรือฟังเพลงก็ตาม  ซึ่งมันมีเยอะมากๆ ดังนั้นความแตกต่างจึงสำคัญ ต้องหาความเฉพาะของธุรกิจให้เจอ

4. S = Strat the New Thing

>> เมื่อเราอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมๆเราก็ยิ่งเครียดดังนั้นการออกไปทำอะไรใหม่ๆจึงเป็นทางออกที่ดีมากๆธุรกิจควรจะหาช่องทางในการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆขึ้นมา

5. H = Heal Your Health

>> สุดท้ายการมีสุขภาพที่ดีคงจะเป็นสิ่งที่หลายคนมองหา แต่อาจจะไม่มีเวลาหรือไม่กล้าไป นี่จึงเป็นแนวทางการแก้ภาวะหมดไฟที่เทคโนโลยีสามารถช่วยเหลือได้ เช่น การเริ่มใช้ Chatbot เพื่อพูดคุยถึงปัญหาที่พวกเขาเจอและถ้าจะให้ดีก็ต้องสามารถเก็บผลลัพธ์วิเคราะห์อาการเพื่อหาทางแก้ไขได้

เรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์ที่เข้ากับยุคนี้มากๆ เพราะเห็นทีว่าในอนาคตภาวะหมดไฟนี่จะยิ่งทวีคูณสูงขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปภาวะนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องปกติของคนวัยทำงานซึ่งควรจะมีคนเข้ามาซัพพอร์ตส่วนนี้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นทำให้การทำธุรกิจเพื่อพวกเขามีแนวโน้มที่จะโตขึ้นมาไปด้วย และในมุมมองของแอดเองก็อาจจะไม่ได้สร้างอะไรที่ใหม่ๆ ขึ้นมาก็ได้ แต่ปรับรูปแบบให้เหมาะกันคนที่อยู่ในภาวะ ‘Burnout’ ให้มากขึ้นก็พอ

By |2020-01-16T10:38:55+00:00มกราคม 16th, 2020|Categories: Case study, Knowledges, Trend|Tags: , , , |0 Comments

About the Author:

Yasinthorn Sangprateep
Yasinthorn Sangprateep | Content Creator of Ad Addict | นักเขียนฝึกหัดและช่างภาพอิสระ ที่ให้เสียงเพลง ภาพยนตร์และงานโฆษณา เป็นแรงขับเคลื่อนในการสร้างสรรค์ผลงานในทุกวันของชีวิต

Leave A Comment