You are here:-, Case study, Knowledges, News-3 ความน่าสนใจของแบรนด์ “Veuve Clicquot” (เวอฟ คลีโคต์) แชมเปญพรีเมียมชื่อดังในตำนาน ที่โดดเด่นและแตกต่างอย่างมาก [ADS]

3 ความน่าสนใจของแบรนด์ “Veuve Clicquot” (เวอฟ คลีโคต์) แชมเปญพรีเมียมชื่อดังในตำนาน ที่โดดเด่นและแตกต่างอย่างมาก [ADS]

หากพูดถึงแบรนด์ Veuve Clicquot” ซึ่งอ่านเป็นไทยง่ายๆ ว่า เวอฟ คลีโคต์สำหรับคนที่ชื่นชอบการดื่มแชมเปญอยู่แล้วคงคุ้นหูกันเป็นอย่างดี แต่สำหรับคนทั่วๆ ไปอาจจะสงสัย ว่าแบรนด์นี้คือแบรนด์อะไร และมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง?

ซึ่งพอแอดได้มาศึกษาเกี่ยวกับแบรนด์ ‘เวอฟ คลีโคต์’ นี้ ทำให้เห็นความน่าสนใจหลากหลายมากๆ ที่ยิ่งรู้เกี่ยวกับแบรนด์นี้มากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่า เวอฟ คลีโคต์ เป็นแบรนด์แชมเปญที่ดูโดดเด่นและแตกต่างจากแบรนด์แชมเปญอื่นๆ ในตลาดอย่างชัดเจน

ดังนั้น วันนี้แอดจึงขอสรุป 3 ความน่าสนใจของแบรนด์ เวอฟ คลีโคต์ มาแบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้รู้จักแบรนด์นี้มากยิ่งขึ้นกันหน่อย ซึ่งบอกเลยว่าหากเพื่อนๆ รู้จักแบรนด์นี้แล้ว จะต้องอยากลองลิ้มรสชาติความพรีเมียมของแชมเปญ ‘เวอฟ คลีโคต์’ นี้อย่างแน่นอน


(1) ประวัติที่น่าสนใจ จากตำนาน ท่านผู้หญิงแห่งโลกแชมเปญ

แน่นอนว่าแชมเปญดังๆ หลายๆ แบรนด์ มักจะมีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน แต่สำหรับ ‘เวอฟ คลีโคต์’ นั้นล้ำกว่าแบรนด์ทั่วๆ ไปอีกมาก เพราะเวอฟ คลีโคต์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1772 ซึ่งเป็นยุคที่มีโรงงานผลิตแชมเปญครั้งแรกของโลก

ซึ่งผู้ที่บุกเบิกตลาดให้แชมเปญกลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในสมัยยุค 1800 ก็คือ “มาดามคลีโคต์” (Madame Clicquot) ซึ่งเธอได้รับเกียรติได้สมญานามว่าเป็น “ท่านผู้หญิงแห่งโลกแชมเปญ” (La Grande Dame de la Champagne)

โดยที่มาของสมญานามนี้ มาจากผู้คนร่วมยุคเดียวกันกับเธอ ที่ต้องการเชิดชูความตั้งใจแน่วแน่ของเธอในการสร้างสรรค์แชมเปญที่สามารถให้คำจำกัดความสั้นๆ แต่ได้ใจความว่า “คุณภาพเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือความยอดเยี่ยมที่สุด” (Only one quality, the finest)


(2) “คุณภาพคือสิ่งที่เวอฟ คลีโคต์ให้ความสำคัญที่สุด

จากความมุ่งมั่นและตั้งใจของมาดามคลีโคต์ ที่ต้องการสร้างสรรค์แชมเปญที่มี “คุณภาพที่สุด” จึงทำให้ ‘เวอฟ คลีโคต์’ จึงเป็นแบรนด์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของกระบวนการผลิตแชมเปญขึ้นมา

ไม่ว่าจะเป็นชนิดของไวน์ที่ผสมใน “เวอฟ คลีโคต์” ที่จะเน้นไปด้วยองุ่น Pinot Noir และ Chardonnay ที่คัดเลือกมาจากไร้องุ่นของแต่ละพื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อให้ทุกหยดของแชมเปญสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ดื่ม ทั้ง รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส นั่นเอง

นอกจากนั้นอีกไฮไลท์หนึ่งที่เป็นกระบวนการสำคัญของ เวอฟ คลีโคต์ และแตกต่างจากเจ้าอื่นๆ คือระยะเวลาของการบ่มหมัก ซึ่งจะมีกระบวนการอย่างน้อย 30 เดือน และสำหรับแชมเปญวินเทจอาจจะมีระยะเวลาถึง 5-10 ปีเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นการบ่มที่ค่อนข้างยาวนานกว่าปกติ ทำให้แชมเปญที่ออกมามีคุณภาพอย่างมาก


(3) แนวคิดดื่มได้หลายโอกาส เช่น งาน Thai Polo 2020

เมื่อพูดถึง “แชมเปญ” แน่นอนว่าหลายๆ คนก็คงถือว่าแชมเปญเป็นไวน์แห่งการเฉลิมฉลองสำหรับความสำเร็จครั้งใหญ่ แต่ว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่อดีต เพราะในสมัยก่อนโอกาสในการดื่มแชมเปญนั้นเกิดมาจากการประสบความสําเร็จของผู้คนหลากหลาย บ้างก็มีชื่อเสียงมาก บ้างก็มีชื่อเสียงน้อย เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเฉลิมฉลองให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้

จากแนวคิดนี้ ก็ยังเป็นสิ่งที่ทางแบรนด์ ‘เวอฟ คลีโคต์’ ให้ความสำคัญอยู่เสมอ ทางแบรนด์เองจึงหาโอกาสใหม่ๆ ให้ผู้คนสามารถเฉลิมฉลองได้ในแต่ละกิจกรรมที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ซึ่งกิจกรรมหนึ่งที่ทาง เวอฟ คลีโคต์ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งก็คือกิจกรรมโปโลอย่าง “Thai Polo 2020”


(4) วิเคราะห์สั้นๆ ในมุมมอง Ad Addict

ในมุมมองแอดค่อนข้างชอบมุมมองการนำเสนอของ ‘เวอฟ คลีโคต์’ ที่มองว่าแชมเปญนั้นไม่จำเป็นต้องนำมาเฉลิมฉลองแก่เพียงโอกาสใหญ่ๆ เช่นโอกาสที่คนใหญ่คนโตประสบความสำเร็จเพียงเท่านั้น แต่สามารถนำมาเฉลิมฉลองกับโอกาสเล็กๆ ในแต่ละวัน เช่น งาน Thai Polo 2020 ได้อีกด้วย 

หากใครสนใจไปสัมผัสบรรยากาศการเฉลิมฉลองที่เกิดขึ้นได้ทุกวันแบบ Day-time Occasion แบบนี้ ติดตามงาน Thai Polo 2020 ที่จะจัดขึ้นครั้งหน้าในตีมงาน “Pink Polo” ช่วงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2020 Thai Polo Equestrian Club, Pattaya ได้เลย

About the Author:

adaddictadmin
จุดเริ่มต้นจากคนคนหนึ่งที่มีความหลงใหลใน “โฆษณา” อยากจะหาสถานที่ที่หนึ่งให้คนที่หลงใหลในโฆษณามารวมตัวกัน พูดคุยกัน แลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน จึงกลายเป็นพื้นที่แห่งนี้...‘เพราะทุกสิ่งในโลก ล้วนเป็นโฆษณา’

Leave A Comment