You are here:-, global, News, Platform, Works-ปังไม่หยุด! พาชมตัวอย่างการช่วยเหลือช่วงวิกฤตโควิดจาก 6 Social Media เจ้าดังที่น่าชื่นชมสุด ๆ

ปังไม่หยุด! พาชมตัวอย่างการช่วยเหลือช่วงวิกฤตโควิดจาก 6 Social Media เจ้าดังที่น่าชื่นชมสุด ๆ

ในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดหนักแบบนี้ ทำให้เกิดผลกระทบกับหลายธุรกิจไม่ว่าจะเกิดการขาดทุน หรือทำมาค้าขายกันได้ไม่ดีเท่าเมื่อก่อน และแน่นอนว่าเมื่อคนส่วนมากได้รับผลกระทบที่หนักขนาดนี้ ก็ต้องมีคนใจดีที่จะมาช่วยเหลือพวกเราอยู่ หนึ่งในนั้นคือเหล่าเจ้าของ Social Media ชื่อดังนั่นเอง

หลายวันมานี้หลายคนคงได้เห็นการที่ Social Media เจ้าดังหลายเจ้าที่ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือกับในหลาย ๆ ธุรกิจ วันนี้แอดจึงได้รวบรวมการช่วยเหลือจาก Social Media เจ้าดังซึ่งมีทั้งหมด 6 เจ้าด้วยกัน จะมีเจ้าไหน และพวกเขาจะช่วยเหลือในด้านไหนบ้าง มาชมกันเลย

1. Twitter กับ Feature ใหม่ “Event Page”


Twitter ได้ทำการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า Event Page ขึ้นมา เพื่อให้ผู้ใช้งาน Twitter สามารถอัปเดทสถานการณ์ไวรัสโคโรนาหรือ โควิด-19 ผ่านทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชันทวิตเตอร์ได้แล้ว โดยทางทวิตเตอร์จะทำการคัดกรองข่าวสารและข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐ ประชาสังคม และสื่อมวลชน


โดย Event Page เป็นเพจข้อมูลที่แสดงอยู่ด้านบนสุดของไทม์ไลน์เมื่อเปิดใช้งาน Twitter ในโทรศัพท์มือถือ และสามารถกดแท็ป Explore สำหรับคอมพิวเตอร์  Event Page ให้บริการทั้งในประเทศไทยและอีกหลายประเทศทั่วโลกอย่าง ออสเตรเลีย อาร์เจนติน่า บราซิล แคนาดา โคลัมเบีย อียิปต์ ฝรั่งเศส เยอรมัน อินเดีย ไอร์แลนด์ อิตาลี ญี่ปุ่น เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ซาอุดิอาระเบีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สเปน สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา

สำหรับผู้ใช้งานบนเว็บไซต์สามารถเข้าไปได้ที่ https://twitter.com/i/events/1240300661364772864?spoof_country=TH&lang=th


2. Google SME Tips During Covid


Google ได้ทำการให้ข้อแนะนำสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ในการรับมือกับความไม่แน่นอนในขณะที่ทั่วโลกกำลังรับมือกับการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ COVID-19 อยู่นั้น บรรดาธุรกิจต่างๆ ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน นี่คือเคล็ดลับและข้อแนะนำสำหรับธุรกิจในการรับมือกับความไม่แน่นอน และการให้ความช่วยเหลือแก่พนักงานและลูกค้า เพื่อให้ก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ 


หากคุณต้องการข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานการณ์ COVID-19 และแนวทางต่างๆ สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์องค์การอนามัยโลก (WHO) https://www.who.int/emergencies/diseases/novel-coronavirus-2019

หรือมีวิธีดังนี้

เทคนิคการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า

  • หากธุรกิจของคุณมีการเปลี่ยนแปลงเวลาทำการ สามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลได้ที่โปรไฟล์ธุรกิจของคุณบน Google My Business
  • ใช้ฟีเจอร์ Posts เพื่อสื่อสารข้อมูลโดยตรงในโปรไฟล์ธุรกิจของคุณบน Google เช่น ข้อเสนอพิเศษ หรือการอัพเดตคลังสินค้า เป็นต้น
  • ลองตั้งค่าการตอบกลับอีเมลแบบอัตโนมัติ พร้อมคำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อย

เคล็ดลับการติดต่อสื่อสารกับพนักงาน

  • จัดเก็บข้อมูลติดต่อสำหรับพนักงาน ผู้ขาย และลูกค้าของคุณไว้บนระบบออนไลน์เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์
  • จัดทำแผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และแชร์ให้กับพนักงานผ่านทางที่อยู่อีเมลที่พวกเขาสามารถเข้าถึงจากนอกออฟฟิศได้
  • หากคุณมีสถานที่ตั้งธุรกิจมากกว่าหนึ่งแห่ง ให้มอบอำนาจให้ผู้จัดการในพื้นที่นั้นๆ ดำเนินการตามความเหมาะสมตามเงื่อนไขของแต่ละสถานที่

เทคนิคการทำงานทางไกล

  • หากเป็นไปได้ ควรเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการทำงานจากบ้านอยู่เสมอ เช่น นำแล็ปท็อป

กลับบ้านหลังเลิกงานในแต่ละวัน หรือตั้งค่าการเข้าถึงข้อมูลสำคัญจากทางไกล เป็นต้น

  • เตรียมแผนการทำงานจากบ้านอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเครื่องมือและทรัพยากรต่างๆ จาก Grow with Google
  • ทำงานร่วมกันโดยใช้เอกสารที่ใช้ร่วมกัน การประชุมสาย หรือโดยการสร้างรายชื่ออีเมลหรือห้องแชท
  • เข้าถึงเอกสารสำคัญได้จากทุกที่โดยอัพโหลดขึ้นระบบคลาวด์ผ่านผลิตภัณฑ์เช่น Google Drive หรือดาวน์โหลดไปยังโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อเข้าถึงแบบออฟไลน์
  • หากคุณกำลังใช้ Chromebooks ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องที่คุณใช้อยู่มีนโยบายที่เหมาะสมในการเข้าถึงทรัพยากรของบริษัทฯ จากที่บ้าน และเพื่อให้อุปกรณ์และข้อมูลปลอดภัย

หาจำเป็นต้องมีการแก้ไขโฆษณา ควรทำตามขั้นตอนดังนี้

  • แก้ไขโฆษณาของคุณตามความจำเป็นเพื่อให้ลูกค้าทราบว่าธุรกิจของคุณยังเปิดให้บริการอยู่หรือไม่ และมีการนำเสนอบริการที่เป็นประโยชน์สำหรับลูกค้าอย่างไรบ้าง อาทิ การจัดส่งแบบเร่งด่วน
  • หยุดโฆษณาชั่วคราวหากความพร้อมด้านผลิตภัณฑ์ของคุณได้รับผลกระทบจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานหรือความต้องการที่เพิ่มขึ้น
  • หากธุรกิจของคุณอาศัยลูกค้าจากประเทศที่ได้รับผลกระทบจากไวรัส COVID-19 มากที่สุด ให้พิจารณาจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณโฆษณาของคุณไปยังสถานที่อื่น

3. Wongnai x LINE MAN


Wongnai #Saveร้านอาหาร ฝ่าวิกฤติโควิด-19 ให้ “ทุกร้าน” เปิดขายเดลิเวอรีบน LINE MAN ได้ทันทีภายใน 1 ชั่วโมง! ฟรี เพียงดาวน์โหลด Wongnai Merchant App


Wongnai พร้อมสู้ไปด้วยกันกับร้านอาหารทั่วประเทศไทยฝ่าวิกฤติไวรัสโควิด-19 ช่วยร้านอาหาร “ทุกร้าน” สามารถเริ่มขายและเปิดรับออเดอร์เดลิเวอรีบน LINE MAN ได้ทันทีภายใน 1 ชั่วโมง สะดวก รวดเร็ว ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถเลือกเข้าร่วม GP หรือไม่เข้าร่วมก็ได้ตามความต้องการ  ลงทะเบียนได้ด้วยตัวเองเองผ่าน Wongnai Merchant App (RMS) บนระบบ iOS และ Android 

แอปพลิเคชัน Wongnai Merchant App (RMS) ช่วยให้เจ้าของร้านอาหารสามารถจัดการข้อมูลร้าน เปิดขายและรับออเดอร์เดลิเวอรีบน LINE MAN ได้ทันทีสำหรับร้านทั่วไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ลงทะเบียนง่ายๆ เพียง 4 ขั้นตอน ดังนี้


1.ดาวน์โหลด Wongnai Merchant App (RMS)

iOS ดาวน์โหลดได้ที่ https://apple.co/2SLfYk1

Android ดาวน์โหลดได้ที่ http://bit.ly/37PlTce

2.เปิดแอปฯ แล้วกด “ลงทะเบียนร้าน” ระบบจะพาไปหน้าลงทะเบียนร้านเดลิเวอรี

3.กรอกข้อมูลร้านอาหาร โดยพิมพ์ชื่อร้านในกล่องกรอกชื่อร้าน จากนั้นกดลงทะเบียน หากไม่พบ ให้กด “คลิกที่นี่ เพื่อใส่ข้อมูลเอง” แล้วกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน

4.เมื่อลงทะเบียนแล้ว จะได้รับรหัส OTP และคู่มือการใช้งานแอปพลิเคชัน ผ่านทาง SMS โดยให้กรอกรหัส OTP ลงไปในแอปฯ เพื่อทำการยืนยัน จากนั้นเจ้าของร้านอาหารสามารถเข้าไปจัดการข้อมูลรายการอาหาร เช่น อัปเดตเมนู รูปภาพ ราคา คำอธิบายเมนู ได้ด้วยตัวเองทั้งหมด แค่นี้ก็เริ่มขายผ่าน LINE MAN ได้ทันที โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โดย Wongnai Merchant App (RMS) ให้เจ้าของร้านสามารถจัดการข้อมูลร้านอาหารต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง ทั้งการสร้างเมนูโปรโมชันบน LINE MAN เพื่อดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขายได้อีกด้วย (อ่านเพิ่มเติม https://bit.ly/3aeXdfn ) รวมถึงเลือกที่จะเข้าร่วม GP หรือไม่เข้าร่วมก็ได้ตามความต้องการ นอกจากนี้ยังมีระบบ Rabbit LINE Pay เพื่อเพิ่มช่องทางให้ลูกค้าสามารถสั่งออเดอร์ได้เกิน 1,000 บาท (สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท) และสามารถชำระค่าอาหารผ่านบัตรเครดิตได้อีกด้วย

นอกจาก #Saveร้านอาหาร แล้ว ล่าสุด LINE MAN ยังปล่อยฟีเจอร์ Contactless เพื่อเพิ่มมาตรการความปลอดภัยในการบริการรับ-ส่งอาหารให้ลูกค้าได้เลือกก่อนกดสั่งเพื่อลดการสัมผัสติดต่อระหว่างพนักงานขับและลูกค้าอีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมค้นหา “Wongnai for Business” ผ่าน LINE Official Accounts หรือคลิก https://lin.ee/3iai38K


4. Facebook บริจาคหน้ากากอนามัย


วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา Mark Zuckerberg ซีอีโอ Facebook บริษัทโซเชียลมีเดียเปิดเผยว่าได้บริจาคหน้ากากอนามัย 720,000 ชิ้นที่ได้สำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉินเพื่อมอบให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้มีอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อเพิ่มเติม

Zuckerberg กล่าวว่า Facebook ได้บริจาคหน้ากากอนามัยที่สำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน 720,000 ชิ้น ซึ่งบริษัทได้ซื้อเอาไว้ใช้ในกรณีไฟป่าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกล่าวเพิ่มเติมว่าบริษัทกำลังพยายามจัดหาหน้ากากอนามัยเพื่อบริจาคอีกจำนวนมาก


5. WhatsApp เปิดตัว “Chatbot” องค์การอนามัยโลกเพื่อตอบคำถาม Covid-19


หลังจากเปิดตัวศูนย์ข้อมูล COVID-19 ใหม่ไปไม่นาน WhatsApp ได้ประกาศเปิดตัว “Chatbot” ใหม่ซึ่งถูกสร้างขึ้นร่วมกับองค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งจะช่วยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลาของการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส สำหรับผู้ใช้ 2 พันล้านคนในแอป


วิธีการใช้บริการก็ไม่ยาก เพียงแค่บันทึกหมายเลขโทรศัพท์ (+41 79 893 1892) ไปในรายชื่อโทรศัพท์ของทุกคน จากนั้นก็พิมพ์ว่า “hi” บอทก็จะตอบกลับมาเป็นชุดข้อมูลล่าสุด และมีอีโมจิด้วยเล็กน้อยเพื่อที่จะต่อสู้กับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องบนแพลตฟอร์ม ซึ่ง WhatsApp กล่าวว่าสิ่งนี้อาจช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ที่ต้องตัดสินใจดำเนินการต่าง ๆ สามารถค้นหารายงานจำนวนและสถานการณ์ล่าสุดได้

WhatsApp นั้นเป็นแอพส่งข้อความชั้นนำในหลายภูมิภาค และเป็นที่นิยมอย่างมากในตลาดที่กำลังพัฒนาดังนั้นความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องผ่านแอพจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการ จำกัด การแพร่กระจายของ COVID-19


หวังว่าแชทบอทตัวใหม่นี้จะช่วยในการขจัดความเชื่อผิด ๆ และข้อมูลที่ผิด นอกจากนี้ WhatsApp ยังมีรายงานว่ากำลังเจรจากับ NHS ในสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับการสร้างเครื่องมือ Chatbot ที่คล้ายกันในขณะที่มันยังทำงานร่วมกับรัฐบาลสิงคโปร์กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลกระทรวงสาธารณสุขแอฟริกาใต้และ KOMINFO อินโดนีเซียเพื่อช่วยแจ้งประชาชนในสิ่งเหล่านี้ ภูมิภาคบอต WHO Health Alert ใหม่เปิดตัวครั้งแรกในภาษาอังกฤษ แต่จะมีให้บริการในภาษาอาหรับ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย และสเปนภายในสองสามสัปดาห์ถัดไป


6.Globish เปิด “ไลฟ์” สอนภาษาอังกฤษเด็กไทยฟรีทั่วประเทศ


บริษัท โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์) จำกัด สตาร์ทอัพ EdTech ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียน Live English Classroom ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เผยวิกฤตไวรัส ‘โควิด-19’ ระบาด ส่งผลกระทบนักเรียน-นักศึกษาทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยประกาศมาตรการให้ รร.รัฐและเอกชนหยุดเรียนจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ด้านสถาบันสอนพิเศษ – กวดวิชา งดการเรียการสอนด้วยเช่นกัน ส่งผลเด็กและเยาวชนขาดโอกาสการพัฒนาทักษะความรู้ Globish ผุดไอเดียพลิกวิกฤตโควิด เปิดโครงการ “Summer Class by Globish Kids” ภายใต้คอนเซ็ปต์ Summer ซัมเมอร์นี้ เด็กไทยต้องไม่หยุดพัฒนาภาษาอังกฤษ ให้เด็กไทยชั้นประถม- ม.ต้น เรียนฟรีทั้งประเทศ ชูจุดเด่น Live Interaction ให้ประสิทธิภาพในการสอนสูงกว่า E-Learning ถึง 3 เท่า รองรับผู้เข้าเรียนกว่า 100,000 คน ใน 100 คลาสรูม จากครูมากประสบการณ์จากทั่วโลก

นายธกานต์ อานันโทไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์) จำกัด เผยว่า  ท่ามกลางการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ‘โควิด-19’ กระทบในวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลก ซึ่งล่าสุด “UNESCO” ได้คาดการณ์ว่า ขณะนี้มีนักเรียน-นักศึกษากว่า 363 ล้านคนทั่วโลก ได้รับผลกระทบจากวิกฤตไวรัส ‘โควิด-19’ ระบาด และประมาณการณ์ว่ามีสถาบันการศึกษาใน 15 ประเทศ ทั้งในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกาเหนือ ต้องปิดการเรียนการสอนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ซึ่งในประเทศไทยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประกาศให้สถานศึกษาทุกแห่งของรัฐและเอกชนทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งอยู่ในสังกัดและในกำกับของ ศธ. ปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง 


ประกอบกับสถาบันสอนพิเศษและสถาบันกวดวิชาได้งดการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กและเยาวชนปลอดภัยจากการโรคระบาด จึงส่งผลให้ขาดช่องทางในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อพัฒนาทักษะที่ต่อเนื่อง ประกอบกับผู้ปกครองมีความกังวลในการหากิจกรรมที่ส่งเสริมความรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนเป็นอย่างมาก ล่าสุด Globish ได้จัดโครงการ Summer Class by Globish Kids ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ซัมเมอร์นี้ เด็กไทยต้องไม่หยุดพัฒนาภาษาอังกฤษ” โดยการเปิดคลาสรูเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ทั่วประเทศ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นหลักสูตรที่มุ่งเสริมสร้างทักษะทางภาษาอังกฤษให้กับเด็กและเยาวชนไทยได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในบ้านที่ปลอดภัย ไร้ความเสี่ยง จากสถานการณ์การระบาดของโรคระบาด ‘โควิด-19’ โดยเป็นหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษผ่านระบบ Live Interaction ของ Globish Kids ซึ่งมีจุดเด่นด้านการสร้างประสบการณ์การเรียนออนไลน์ในรูปแบบ Live Interaction ซึ่งจากสถิติเป็นการเรียนที่ได้ประสิทธิภาพมากกว่าการเรียนแบบ E-Learning ถึง 3 เท่า


นางสาวชื่นชีวัน วงษ์เสรี เจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจ และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์) จำกัด เผยว่า โครงการ Summer Class by Globish Kids ประกอบด้วยคลาสรูมที่พร้อมรองรับผู้เข้าเรียนกว่า 100,000 คน ได้ฝึกใช้ภาษาอังกฤษในเชิงพัฒนา จำนวนมากกว่า 100 คลาสภายในเดือนเมษายนนี้ โดย 1 คลาสรูมสามารถรองรับนักเรียนได้ 1,000 คน  โดยจะมี 20 คลาสรูมภายในเดือนมีนาคม และจะขยายอีก 80 คลาสรูมในเดือนเมษายน หลักสูตรถูกออกแบบการเรียนมาให้เหมาะกับระดับภาษาของเด็กไทยส่วนมาก จึงไม่ได้เจาะจงระดับภาษาของผู้เรียน เป็นหลักสูตรสำหรับผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้น มุ่งเสริมสร้างทักษะด้านภาษาอังกฤษที่รวบรวมคำศัพท์ และการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ประกอบด้วย ทักษะการพูด สนทนาตอบโต้ และทักษะการฟังให้เข้าใจ ในหัวข้อเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านเกมที่สนุกเพื่อไม่ให้น่าเบื่อ พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ด้วยโค้ช Globish Kids ผู้มีประสบการณ์สูงกว่า 70 ราย แบ่งเป็นครูชาวไทย 30 คน และครูชาวต่างชาติ 40 คน ซึ่งชาวต่างชาติเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาพื้นฐาน (Native Speaker) และ EU เป็นหลัก ด้วยรูปแบบการเรียนการสอนแบบสดผ่านระบบ Live Interaction ที่ผู้เรียนสามารถโต้ตอบกับครูผู้สอนได้แบบเรียลไทม์ผ่าน Comment, Poll และ Q&A อีกทั้งครูผู้สอนยังสามารถเลือกนักเรียนในห้องเรียนตอบคำถาม หรือถามคำถามผ่านแพลตฟอร์มทั้งในรูปแบบ Live Video และแบบเสียงได้อีกด้วย ซึ่งทำให้นักเรียนสามารถตอบโต้กับครูผู้สอนได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าการเรียน E-Learn อย่างมาก


“โครงการ Summer Class by Globish Kids เป็นห้องเรียนที่เน้นการสอนแบบสดผ่านระบบ Live Interaction ออนไลน์ ด้วยครูผู้สอน 1 คน กับผู้เรียนหลายคน (มากสุด 1,000 คนต่อ 1 คลาสรูม) ซึ่งจะแตกต่างจากการเรียนกับ Globish kids ในรูปแบบ 1 on 1 Class ที่เป็นครูผู้สอน 1 คน ต่อผู้เรียน 1 คน ซึ่งเป็นรูปแบบที่ผู้เรียนทุกคนต้องวัดระดับภาษาเพื่อค้นหาคอร์สเรียนที่เหมาะสมกับตัวนักเรียนมากที่สุด และในระหว่างเรียนสามารถโต้ตอบกับโค้ชได้ทันทีผ่าน VDO Call ออนไลน์ รองรับทุกเครื่องมือสื่อสารทั้งคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน” นางสาวชื่นชีวันกล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครและเข้าเรียนออนไลน์กับโครงการ Summer Class by Globish Kids ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 เมษายน 2563 โดยลงทะเบียน และสร้างบัญชีผู้ใช้งานผ่านเว็บไซต์ Globish kids หรือ http://bit.ly/3d8oIcj จากนั้นสามารถจองคลาสเรียนที่ต้องการ และเข้าเรียนตามวัน เวลาที่จองไว้ได้เลย พร้อมสามารถติดตามอัพเดทข่าวสาร และกิจกรรมเพิ่มเติมได้จากทางโซเชียลมีเดีย เฟสบุ๊กแฟนเพจ @GlobishKids


จะให้ได้ว่าในช่วงวิกฤตแบบนี้ หลาย ๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องก็หันมาช่วยกันมากขึ้น ทำให้เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์เอง และคนทั่วไปก็จดจำแบรนด์ของเราได้มากขึ้นด้วย ที่สำคัญเลยคือ กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตนี้ก็สามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี ถือว่าเป็นการช่วยเหลือที่ดีมาก ๆ เลยดีเดียว สำหรับแบรนด์ไหนที่พอช่วยเหลือคนอื่น ๆ ได้ก็ช่วย ๆ กันด้วยนะ ช่วงนี้แอดว่าต้องช่วยกันแล้วแหละ

Source 1

By |2020-03-26T11:13:18+00:00มีนาคม 24th, 2020|Categories: Brand, global, News, Platform, Works|Tags: , , , |0 Comments

About the Author:

Farmmuf

Leave A Comment