You are here:-Guntitat Horthong
Guntitat Horthong

About Guntitat Horthong

This author has not yet filled in any details.
So far Guntitat Horthong has created 9 blog entries.

อัปเดตพฤติกรรมผู้บริโภคในสื่อดิจิทัลยอดฮิตทั้ง 5 ในไทย เพื่อการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพในปี 2020

ในวันที่ ‘ออนไลน์’ กลายมาเป็นทางเลือกที่มีอิทธิพลสำหรับผู้บริโภคที่เรียกได้ว่ามากกว่าปีก่อนๆ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาก็คือ ‘พฤติกรรมผู้บริโภค’ ฉะนั้นการอัปเดตการเปลี่ยนแปลงนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่นักการตลาดไปจนถึงนักธุรกิจต้องปรับตัวอยู่ตลอดเพื่อที่จะวางแผนและแนวทางในการพัฒนาองค์กรของตัวเองให้เติบโตมากยิ่งขึ้น วันนี้แอดขอนำเสนออัปเดตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคในปี 2020 โดยการวิเคราะห์จากมุมมองของแอดที่ได้ศึกษาและติดตามข่าวสารการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้เพื่อนๆ ได้รับรู้และนำไปปรับใช้ตามสายงานของตนเองเพื่อการเข้าถึงกลุ่มลูกค่าที่เปลี่ยนแปลงได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น   Facebook 1. ความสนใจในคอนเทนต์ที่มีประโยชน์มากขึ้น ในสภาวะ Covid-19 ที่เกิดขึ้นในรอบหลายสิบปีส่งผลให้ความสนใจของคอนเทนต์ในแพลตฟอร์มนี้มีความเปลี่ยนแปลงจากที่แต่ก่อนผู้คนต่างเสพคอนเทนต์เพื่อความบันเทิงเป็นหลักแต่เมื่อตอนนี้เริ่มมีพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ที่ให้ความรู้ในความสนใจของแต่ละบุคคลมากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจมาจากสภาวะโรคและปัจจัยอื่นๆ ทางสังคม 2. หันมาเสพคอนเทนต์ใน Group มากขึ้น จากเดิมที่เสพจากเพจเป็นหลัก เนื่องจากความสนใจของคอนเทนต์ในยุคปัจจุบันเริ่มที่จะมีรูปแบบการคิดการทำที่ชัดเจนในแง่ของคอนเทนต์ที่ได้รับความสนใจ ทำให้คอนเทนต์ความชอบส่วนตัวในเรื่องต่างๆ ถูกนำมาแชร์ลงไปยังกลุ่มปิดที่รวมตัวผู้คนที่มีความชอบเหมือนกันซะมากกว่าฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงของคนทำ Content คือการสร้างคอนเทนต์ไปยังกลุ่มปิดที่มีความชอบตรงกับสิ่งที่จะสื่อที่สามารถสร้างประสิทธิภาพด้านการรับรู้และตัวเลขมากกว่า 3. คนอยากรับชมคอนเทนต์ไลฟ์มากขึ้นจากเดิมที่ดูคอนเทนต์สำเร็จรูปเป็นหลัก กระแสคอนเทนต์สตรีมเมอร์มีการเติบโตขึ้นอย่างมากในปี 2019 และในปี 2020 นี้ การเติบโตนี้จะยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้คนเริ่มให้ความสนใจกับคอนเทนต์ที่เรียลมากขึ้นและมีกระบวนการเผยแพร่ที่มีเวลาชัดเจนให้กับผู้บริโภคได้ติดตามซึ่งมีการให้ความสนใจมากกว่าคอนเทนต์สำเร็จรูปที่เป็นคลิปวิดีโอตัดต่อมากขึ้น Instagram 1.Stories ส่งผลให้คนใช้ Direct Message มากขึ้น กระแสความนิยมของ Stories IG กำลังเป็นที่พูดถึงในวงกว้างเนื่องจากเป็นฟังก์ชันที่ตอบสนองผู้ใช้ได้อย่างดีเยี่ยมในการเผยแพร่ช่วงเวลาของตัวเองให้คนอื่นได้รับรู้ ส่งผลให้เกิดการพูดคุยสนทนาด้วย Dm (Direct Message) มากขึ้นการสนทนาที่เกิดจากกิจกรรมในช่วงเวลาที่สดใหม่เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ในการพูดคุยในประเด็นต่อๆ ไปอีกด้วย

By |2020-03-27T21:16:11+00:00มีนาคม 27th, 2020|Categories: Platform, Trend|Tags: , , , , , |0 Comments

เข้าใจ Hygiene Factor และ Motivation Factor ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการทำงานเพื่อความสุขและการทำงานที่ดียิ่งขึ้น

จากสถานการณ์ Covid-19 ทำให้องค์กรต่างๆ หันมาใช้การทำงานแบบ Work From Home หรือการทำงานอยู่บ้านสภาวะ Stay home เป็นสิ่งที่ทำให้เราได้รับรู้อะไรหลายๆ อย่างที่สภาวะการทำงานปกติไม่อาจทำให้เราฉุกคิดถึงสิ่งเหล่านี้คำถามที่ว่า ‘เราทำงานเพื่ออะไร’ ได้หายไปจากความคิดเมื่อต้องอยู่กับสภาวะการทำงานอย่างที่เคยเป็น  เราต่างถูกกลบไปด้วยสิ่งที่เรียกว่า Hygiene Factors (ปัจจัยด้านสุขวิทยา) หรือถ้าภาษาชาวบ้านก็คือผลตอบแทนที่มีตัวตนเช่น เงิน เมื่อเรามีสิ่งนี้มากขึ้นมันจะส่งผลกับการใช้ชีวิตที่เราจะมองเห็นเพียงสิ่งที่จะเติมเต็มเราในด้านวัตถุจนเราลืมให้ความสำคัญกับ Motivation Factors (ปัจจัยด้านแรงจูงใจ) หรือก็คือประเด็นที่ว่าเราทำงานไปเพื่ออะไร เรามาดูกันดีกว่าว่าปัจจัยทั้ง 2 คืออะไรแล้วมันส่งผลกระทบอะไรกับเรา Hygiene Factors คืออะไรแล้วสำคัญกับการทำงานของเราอย่างไร Hygiene Factors เป็นส่วนประกอบของการทำงานไม่ว่าจะเป็นในมุมมองของผู้ประกอบการหรือพนักงานรับเงินเดือนมันคือความเหมาะสมของผลตอบแทนที่มีต่องานนั้นๆ เช่น งานที่ฉันรับผิดชอบควรที่จะได้รับผลตอบแทนเท่ากับความเหนื่อยที่ฉันใช้ในการทำงาน ถ้าเหล่าผู้ประกอบการหรือองค์กรสามารถให้ค่าตอบแทนที่คู่ควรกับพนักงานได้ก็จะส่งผลไปถึงประสิทธิภาพของงานที่ออกมาด้วย กล่าวโดยสรุปการที่องค์กรมี Hygiene Factors ที่ดีจะส่งผลไปที่ตัวงานโดยตรงคนที่ทำงานเป็นเพียงทางผ่านของการบรรลุจุดประสงค์เท่านั้น แต่ผลกระทบต่อมุมมองคนทำงานก็คือการเสพติดผลตอบแทนที่มากขึ้น เช่น การใช้จ่ายที่มากขึ้นตามผลตอบแทนเมื่อเราได้เลื่อนตำแหน่งหรือไปอยู่ในจุดที่ดีกว่าเดิมพฤติกรรมการใช้จ่ายในสิ่งของวัตถุหรือแม้กระทั้งกิจกรรมที่ชอบก็จะมากขึ้นไปด้วยสิ่งนี้เองเป็นกับดักสำหรับคนทำงานที่ให้ความสำคัญกับ Hygiene Factors มากเกินไป เพราะการปรับตัวตอนขาขึ้นของผลตอบแทนมันง่ายแต่ในขาลงเนี่ยสิมันยาก เพราะฉะนั้นการปรับสมดุลในการเลือกงานโดยใช้ Hygiene Factors จึงเป็นสิ่งสำคัญเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราจะไม่ติดกับดักของผลตอบแทนในการทำงานและเสพติดความสุขเพียงชัวคราวของวัตถุที่ได้มานี่จึงเป็นที่มาของการกลับมานึกถึง Motivation Factors Motivation

By |2020-03-27T10:36:54+00:00มีนาคม 26th, 2020|Categories: Works|Tags: , , , , |0 Comments

เปิดวาร์ป! 10 สำนักพิมพ์ชื่อดัง กับการช็อปงานสัปดาห์หนังสืออนไลน์ครั้งแรกของประเทศไทย’

ด้วยสภาวะไวรัส Covid-19 ในปัจจุบันที่ส่งผลให้งาน Event มากมายต้องทยอยกันเลื่อนกำหนดการจัดงานอย่างไม่มีกำหนดแต่ยังมีงาน Event หนึ่งที่กล้าที่จะยืนหยัดในสภาวะเช่นนี้นั่นก็คือ ‘งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 48’ ซึ่งตามกำหนดการเดิมงานนี้จะขึ้นที่อิมแพคอารีน่าเมืองทองธานีแต่ในสถานการณ์ตอนนี้แค่ออกไปหน้าบ้านแอดยังกลัวเลยจ้า  ทาง BooK Thai (ผู้จัด) เลยผุดไอเดียจัดเป็นงานหนังสืออนไลน์ซะเลย ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจะยึดตามกำหนดเวลาเดิมงานจะเริ่มขึ้นในวันที่ 25 มี.ค.- 5 เม.ย 63 (ตั้งแต่วันนี้เนี่ยแหละ) จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเหล่าสำนักพิมพ์ที่ต้องปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้มาเน้นที่การขายออนไลน์แบบ 100% ทั้งโปรโมชั่นของแจกจากกิจกรรมต่างๆ ล้วนต้องทำผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมดซึ่งก็นับว่าเป็นความแปลกตาไปอีกแบบที่คนไทยจะได้ได้มี ‘งานสัปดาห์หนังสือออนไลน์เป็นครั้งแรก’  วันนี้แอดเลยรวบรวมวาร์ปของสำนักพิมพ์ชื่อดังทั้ง 10 แห่ง ให้คุณทั้งหลายได้เข้าไปเลือกซื้อหนังสืออยู่ที่บ้านกับแบบชิลๆ ไม่ต้องกังวล Covid-19 กันเลยจะมีสำนักพิมพ์อะไรบ้างไปส่องกันเลย   1. a book Publishing    Link ช็อปออนไลน์ : https://bit.ly/2WFMYwO เริ่มต้นกันที่ a book สำนักพิมพ์ขวัญใจวัยรุ่นจนถึงวัยทำงานหนังส่วนของที่นี่มีอย่างมากมายหลายหมวดแต่มีจุดร่วมที่คล้ายๆ กัน นั่นก็คือ ‘การสร้างแรงบันดาลใจ’ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเดินทางในหลายๆ เล่ม ที่เป็นการเล่าเรื่องผ่านศิลปินคนดังในวงการต่างๆ หรือจะเป็นแนวคิดทั่วไปที่เราไม่ค่อยได้คิดถึงมันสำนักพิมพ์นี้สามารถตอบโจทย์เหล่านั้นได้เป็นอย่างดีและเป็นหนึ่งในสำนักพิมพ์ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากเด็กวันรุ่นจนถึงวัยทำงาน เรียกได้เมื่อมีงานหนังสือทีไรสำนักพิมพ์นี้ไม่เคยได้ว่างเว้นจากความสนใจของผู้คนเลย  

สรุป 4 Insight วัยรุ่น ที่นักการตลาดควรรู้จากโฆษณาชุด “HUNGRY DAYS” โดย Nissin x One Piece

เชื่อว่าหลายคนที่เป็นคอการ์ตูน Onepiece คงจะได้ดูโฆษณา HUNGRY DAYS จากแบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Nissin กันไปแล้ว เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโฆษณาที่สร้างความอบอุ่นและประสบการณ์ร่วมของแฟนการ์ตูนเรื่องนี้ได้เป็นอย่างมาก  แต่รู้รึเปล่าว่านอกจากความทรงจำที่น่าจดจำของแต่ตัวละครแล้ว โฆษณาตัวนี้ได้แฝงบางอย่างที่สำคัญมากๆ ให้กับเหล่านักการตลาดเอาไว้นั่นก็คือ ‘ข้อมูล insight ของเด็กหนุ่มสาว’ โดย HUNGRY DAYS นำภาพลักษณ์ตัวละครของการ์ตูน onepiece มาเล่าในมุมมองนักเรียนมัธยม ผ่านการแสดงความจริงที่สำคัญของชีวิตในรั่วโรงเรียนซึ่งสามารถนำมาใช้ในชีวิตจริงได้ เราลองมาดูกันดีกว่าว่านอกจากไอเดียที่เปลี่ยนตัวการ์ตูนให้มาอยู่ในโลกความจริงแล้วโฆษณาตัวนี้ยังแฝงอะไรที่มีประโยชน์เอาไว้บ้าง ซึ่งวันนี้แอดได้สรุปออกมาเป็น 4 Insight สำคัญด้วยกัน ลองไปอ่านกันด้านล่างได้เลยจ้า 1. ‘ความฝัน’ เป็นสิ่งที่วัยรุ่นให้ความสำคัญ ในยุคสมัยที่ไม่ว่าอะไรก็มีความเป็นได้ ‘ความฝัน’ จึงกลายเป็นสิ่งที่มีตัวตนมากขึ้นเราจะเห็นได้จากการสร้างตัวตนในโลกออนไลน์ของเด็กหนุ่มสาวอิทธิพลของสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดอาชีพทางเลือกใหม่ๆ มากมาย จนกระทรวงศึกษาธิการตั้งคณะเรียนใหม่กันแทบไม่ทันเลยทีเดียว ยิ่งในสังคมมีตัวอย่างของการพิสูจน์ตัวเองของหนุ่มสาวที่เดินตามความฝันจนประสบความสำเร็จมากขึ้นขนาดไหนก็ยิ่งทำให้เกิดกระแสกล้าคิดกล้าฝันมากขึ้นและนี่เป็นสิ่งที่วัยรุ่นยุคนี้กำลังให้ความสำคัญ ฉะนั้นความต้องการในการเลือกทางเดินของตัวเองการปกป้องความคิดความฝันของตัวเองคือสิ่งที่ผู้ใหญ่ไม่ควรที่จะมองข้ามเหมือนที่ผ่านๆ มาอีกต่อไป https://www.youtube.com/watch?v=OjHufD3h2fQ ตัวอย่างของการเดินตามความฝันของ HUNGRY DAYS ตอนนี้ได้ตัวละครจาก onepiece อย่าง ‘โซโล’ มาถ่ายทอดความพยายามที่จะเดินตามความฝันของตัวเองด้วยการพยายามฝึกซ้อมเดนโด้ราวกับมันคือชีวิตของเขาเลยเรียกได้ว่าเป็นโฆษณาตอนที่ทำให้เราเข้าใจถึงความมุ่งมั่นของหนุ่มสาวได้ชัดเจนมาก 2. มีไอดอลเป็นแบบอย่างแต่ยังคงไว้ซึ่ง ‘ตัวตน’ นอกจากความมุ่งมั่นที่จะเดินตามความฝันแล้วการเป็นตัวเองเพื่อประสบความสำเร็จเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่วัยรุ่นโหยหาและอยากมีควบคู่ไปกับการเดินตามความฝัน หนุ่มสาวหลายคนมักจะมีไอดอลที่เป็นแบบอย่างและเป็นแรงบันดาลใจในการเดินไปให้ถึงความฝันที่ตัวเองได้นึกภาพเอาไว้จนบางครั้งตัวตนของต้นแบบเหล่านั้นมันกลบตัวตนเดิมของตัวเองไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ฉะนั้นการคงความเป็นตัวเองจึงเป็นสิ่งพวกเขาให้ความสำคัญอย่างมากแม้สิ่งที่พวกเขาทำจะเหมือนกันๆ

By |2020-03-24T09:12:26+00:00มีนาคม 23rd, 2020|Categories: Brand, Works|Tags: , , , , |0 Comments

สวยอย่างไรให้โลกไม่เสีย Yves Rocher กับโฆษณาสุดทรงพลังที่ทำให้เราตระหนักว่าความสวยของผู้หญิงต้องแลกมากับอะไรบ้าง

Yves Rocher ปล่อยโฆษณาสุดทรงพลังชื่อว่า Real Review สร้างโดยเอเจนซี Choojai & Friends ซึ่งทำให้เราได้ตระหนักรู้ว่า ‘ความสวย’ ของผู้หญิงที่มาจากผลิตภัณฑ์เสริมความงามต่างๆ และความสวยงามเหล่านั้นต้องแลกมากับความสูญเสียสิ่งสวยงามอะไรบ้าง https://www.youtube.com/watch?v=Lxl-x22TVqA   ได้ดูกันแล้วถึงกับอึ้ง! กันเลยทีเดียว การนำนางแบบมารีวิวใช้ผลิตภัณฑ์เสริมความงามในสถานที่ที่มีแต่มลพิษก็นับว่าเป็นการดึงดูดความสนใจของผู้ชมมากพอแล้วแต่เนื้อหาที่ซ้อนอยู่ในนั้นกลับทรงพลังและให้ความหมายอะไรบางอย่างได้ดีเยี่ยม เราต่างใช้ชีวิตกับผลิตภัณฑ์เหล่านี้โดยที่ไม่เคยคิดถึงผลกระทบที่เกิดจากการผลิตผลิตภัณฑ์เหล่านั้นว่ามันส่งผลอย่างไรกับความสวยงามของโลก อีกหนึ่งความเจ๋งของโฆษณาตัวนี้คือการเปรียบเทียบมลพิษที่เกิดขึ้นจากเครื่องสำอางแต่ละรูปแบบ   สีปากของเราต้องติดแน่น แล้วสีที่เราไม่ต้องการล่ะจะไปอยู่   ครีมนวดที่เราใช้ฟองจะต้องเยอะ  แล้วหลังจากนั้นล่ะฟองจะไปอยู่ที่ไหน นี่เป็นตัวอย่างการเปรียบเทียบที่ชัดเจนของสิ่งที่เกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์เสริมความงามซึ่งจะเห็นได้ว่าโฆษณาตัวนี้สามารถเปรียบเทียบได้อย่างดีในเชิงของ ‘ภาพ’ รวมไปถึงการเล่าเรื่องจนทำให้ผู้ที่ได้รับชมตระหนักถึงสิ่งที่เราได้ทำพลาดไปจากผลิตภัณฑ์เสริมความงาม หลังจากที่ให้ผู้คนเข้าใจถึงปัญหาแล้วก็ได้เชื่อมไปวิธีแก้ปัญหาด้วยแฮชแทค #สวยโลกไม่เสีย เป็นการบอกว่าเราสามารถสวยได้โดยที่เราไม่ต้องทำร้ายโลกใบนี้ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่สร้างจากธรรมชาติและไม่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติอีกด้วย ทำให้แบรนด์ดูมีพลังในเรื่องดังกล่าวมากยิ่งขึ้นจนส่งผลไปยังภาพลักษณ์ของแบรนด์อีกด้วย แอดคิดว่านี่เป็นโฆษณาที่มีคอนเซ็ปการเล่าเรื่องที่ชัดเจนและเหมาะที่จะใช้คำว่า ‘ทรงพลัง’ ไม่เพียงทำให้เราเห็นถึงปัญหาที่เราไม่อาจคิดแต่ยังทำให้เราได้ตื่นตัวกับสิ่งนั้นด้วยเป็นอีกโฆษณาที่น่าแชร์และบอกต่ออย่างมาก เพื่อนๆ ล่ะ ดูโฆษณาตัวนี้แล้วมีความคิดเห็นยังไงกันบ้างแอดคิดว่าแนวคิดที่อยู่ในนี้ต้องทำให้ความคิดของใครบางคนเปลี่ยนไปบ้างในแง่ที่ดีงาม

น่ารู้! GroupM เผยผลกระทบที่เกิดขึ้นจาก Covid-19 และแนวทางการปรับตัวที่นักการตลาดควรรู้ [Ad Addict x GroupM]

ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 กลายเป็นเหตุการณ์ที่ทรงอิทธิพลต่อทั่วทั้งโลกโดยมีผลกระทบโดยตรงต่อทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจทั้งในด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคสภาพสังคมโดยรวมรวมถึงเศรษฐกิจซึ่งนับเป็นหนึ่งในความท้าทายที่สุดสำหรับเวลานี้สำหรับบุคลากรในแวดวงการตลาดและการสื่อสาร โดย กรุ๊ปเอ็ม (GroupM) กลุ่มเอเจนซีผู้เชี่ยวชาญทางด้านบริหารจัดการการลงทุนด้านสื่อชั้นนำระดับโลกในเครือ ดับบลิวพีพี (WPP)ได้ทำการสรุปผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและนำมาวิเคราะห์เป็นแนวทางการปฏิบัติสำหรับนักการตลาดนักโฆษณารวมถึงเจ้าของสื่อที่ต้องเร่งปรับแผนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทั้งในเชิงพฤติกรรมของผู้บริโภคและการปรับตัวของสภาพสังคมในด้านต่างๆที่กำลังตามมาในอนาคตอันใกล้เพื่อป้องกันธุรกิจให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด แนวโน้มทางเศรษฐกิจและผลกระทบจากการระบาด ผลการวิจัยล่าสุดจากธนาคารออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (ANZ Research) พบว่าจากการระบาดของไวรัสCOVID-19 ส่งผลให้เกิดความผันผวนของค่าเงินบาทมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 โดยเงินบาทมีแนวโน้มที่จะอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ภาคเศรษฐกิจตัวเลขการนำเข้า-ส่งออกระหว่างไทยกับตลาดการค้าหลักอย่างประเทศจีนมีอัตราลดลงอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่ช่วงต้นปีนอกจากนี้แม้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกรวมถึงประเทศไทยยังมีความไม่แน่นอนสูงมากจากเดิมที่มีแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจถูกคาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโต 3% ตลอดทั้งปีแต่จากสถานการณ์ปัจจุบันมีแนวโน้มจะลดลงอย่างมากในไตรมาสที่ 1 แต่อาจจะกลับมาเติบโตได้อีกครั้งตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 เป็นต้นไปซึ่งจะส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจลดลงเหลือเพียง 1% ทั้งนี้ทุกธุรกิจยังคงต้องจับตาดูแนวโน้มการระบาดและมาตรการรับมืออย่างใกล้ชิดในระยะยาว ผลกระทบต่อผู้บริโภคตลาดและธุรกิจสื่อ นับตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมเป็นต้นมาสถานที่ทำงานสถานศึกษาร้านค้ารวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่เสี่ยงและได้รับผลกระทบได้เริ่มมีการปิดทำการชั่วคราวสำหรับภาคประชาชนหรือผู้บริโภคการเดินทางด้วยการโดยสารสาธารณะรวมถึงการไปในสถานที่แออัดกลายเป็นสิ่งที่ต้องพึงระวังมากกว่าเดิมโดยพบว่าเทรนด์การค้นหาคำหรือข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพไวรัสCOVID-19 และปัจจัยที่เกี่ยวข้องเช่นหน้ากากอนามัยไวรัสมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นโดยสูงกว่าช่วงที่ประเทศไทยมีปัญหาฝุ่นPM2.5 อยู่หลายเท่าตัว ที่น่าสนใจคือคำว่าโควิด (COVID) กลายเป็นเทรนด์ที่ขึ้นสูงที่สุดในช่วงกลางเดือนมีนาคมทั้งที่เพิ่งได้รับการเรียกในสื่อต่างๆแทนคำว่าไวรัสโคโรนามาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ จากสถานการณ์นี้เป็นเหตุให้มีผู้บริโภคเลือกที่จะจำกัดตัวเองให้อยู่ในบริเวณบ้านมากขึ้นซึ่งส่งผลให้จำนวนการติดตามสถานข่าวสารผ่านทางช่องทางสื่อทั้งทางออนไลน์และทีวีสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาโดยเฉพาะคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับความบันเทิงเช่นภาพยนตร์ละครและข่าวบนสื่อทีวีรวมถึงเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อที่เน้นไปที่การซื้อของออนไลน์มากขึ้น จากผลการรวมรวมข้อมูลในภาพรวมของธุรกิจสื่อโลกของกรุ๊ปเอ็มผ่านบริษัทในเครือในหลายๆประเทศพบกว่าการใช้เงินบนสื่อของธุรกิจทั่วโลกมีแนวโน้มลดลงในหลายประเภทสินค้าโดยบรรดาธุรกิจรายใหญ่ยังคงมีการใช้เงินบนสื่อเพื่อมุ่งหวังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ในระยะยาว การตื่นตัวของผู้บริโภคและธุรกิจบนอีคอมเมิร์ซ นอกจากยอดการค้นหาและยอดการค้าปลีกสินค้าประเภทสุขอนามัยที่เพิ่มสูงขึ้นแล้วพบว่ายอดค้าปลีกบนออนไลน์มาร์เกตเพลสหลักอย่าง ‘ลาซาด้า’มีการเติบโตขึ้นกว่า 50% ตลอดทั้งไตรมาสฯและยังคงมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นต่อเนื่องจากการที่ออนไลน์มาร์เกตเพลสรวมถึงร้านค้าปลีกรายย่อยบนระบบออนไลน์พร้อมใจกันออกแคมเปญกระตุ้นยอดขายเพื่อรับโอกาสทางการค้า โดยผู้ค้าที่ต้องอาศัยการนำเข้าวัตถุดิบการผลิตจากประเทศกลุ่มเสี่ยงอย่างเช่นประเทศจีนได้เริ่มมีการวางแผนสำรองกำลังการผลิตรวมถึงสต็อกสินค้าผลิตหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย ในส่วนของผู้บริโภคพบว่าสำหรับสินค้าบางประเภทที่ไม่ได้รับความนิยมในการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์รวมถึงแบรนด์ที่เน้นขายในช่องทางหน้าร้านเป็นหลักอย่างเช่นบริการร้านอาหารจะเห็นได้ว่าผู้จำหน่ายได้เริ่มมีการปรับตัวรวมถึงปรับช่องทางการขายเพื่อรับมือกับสถานการณ์ อย่างไรก็ตามยอดค้าปลีกผ่านอีคอมเมิร์ซคิดเป็นราว 2-3% ของยอดค้าปลีกทั้งประเทศดังนั้นหากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมมีแนวโน้มถดถอยลงทุกธุรกิจจะต้องวางแผนรับมือต่อผลกระทบถึงแม้ยอดขายผ่านอีคอมเมิร์ซจะเติบโตขึ้น แนวทางปฏิบัติ ในระยะยาวนักโฆษณาและการตลาดสามารถใช้กรณีศึกษาจากประเทศจีนที่สถานการณ์ไวรัสCOVID-19 ได้เริ่มมีความคลี่คลายในการวางแผนและปรับตัวในขณะเดียวกันในระยะสั้นก็ยังสามารถศึกษาการรับมือต่างๆจากประเทศที่กำลังประสบภาวะการระบาดอย่างร้ายแรงอย่างเช่นอิตาลีเพื่อเป็นแนวทางในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง แบรนด์นักการตลาดและนักโฆษณาควรมองหาช่องทางที่จะเพิ่มมูลค่าของการบริการรวมถึงการสร้างความมั่นใจเชื่อถือและความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคและสังคมเนื่องจากสถานการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาปกตินี่จึงเป็นโอกาสที่จะทำให้แบรนด์ได้เข้าไปมีส่วนร่วมและอยู่ในใจของผู้บริโภค นักโฆษณาและการตลาดมีหน้าที่ต้องติดตามสถานการณ์ของการระบาดและพฤติกรรมของผู้บริโภครวมไปถึงการเสพสื่ออย่างใกล้ชิดอย่างใกล้ชิดแบบวันต่อวันเพื่อให้แบรนด์ได้มีโอกาสในการปรับแผนกลยุทธ์ทางการตลาดและการขายทั้งนี้รวมถึงแนวทางเพื่อการวางแผนการสื่อสารและการออกแบบชิ้นงานโฆษณาที่ต้องอิงกระแสหรือเหตุการณ์สำคัญของปีเช่นมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่กำลังจะเกิดขึ้นแบรนด์ควรมีแผนสำรองในกรณีที่มีการปรับหรือเปลี่ยนเงื่อนไขการจัดงานจากผลกระทบของไวรัสCOVID-19 สุดท้ายนี้นี่คือโอกาสสำคัญของการอีคอมเมิร์ซและสินค้าประเภทที่มีบริการจัดส่งถึงบ้านด้วยแรงหนุนของพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปรวมถึงพฤติกรรมที่ผู้คนนิยมใช้เวลาอยู่ที่บ้านมากขึ้น  

By |2020-03-20T00:48:22+00:00มีนาคม 19th, 2020|Categories: Agency, News|Tags: , , , , , |0 Comments

Cocinero Oil ปล่อยโฆษณาเสียงทรงพลัง ตอกย้ำสโลแกน Superfast Frying โดยเอเจนซี AMLY&R

Cocinero Oil ปล่อย โฆษณาเสียงสุดเฟี้ยว ที่จะแสดงศักยภาพของน้ำมัน Cocinero Oil ที่สามารถทอดได้รวดเร็วขนาดที่คนสั่งอาหารยังสั่งไม่จบด้วยซ้ำ ผู้สร้างโฆษณาตัวนี้อย่างเอเจนซี VMLY&R ได้แนวคิดนี้จากเสียงของน้ำมันเดือดเวลาทำอาหารจากเนื้อสัตว์ 3 ชนิด ได้แก่ Steak, Shrimps, และ Fish เมื่อพอได้ฟังเสียงและแยกความแตกต่างของเนื้อสัตว์ทั้ง 3 แบบแล้ว ก็จะได้พบกับความเจ๋งที่เสียงน้ำมันเดือดมันกลับออกเสียงได้เหมือนชื่อเรียกของเนื้อนั้นๆ จริงๆ https://vimeo.com/397492685 เสียงแรกคือเสียง Steak (เนื้อ) เรียกว่าเสียงน้ำมันกับชื่อเรียกแทบไม่ต่างกันเลย https://vimeo.com/397493949 ต่อไปคือเสียงของ Shrimps (กุ้ง) มันช่าง SSSSSShrimps ซะเหลือเกิน https://vimeo.com/397494268 อันสุดท้ายได้แก่เสียง Fish (ปลา) ฟังแล้วมัน FISSSSSSH จริงๆ แอดคิดว่าโฆษณาเสียงตัวนี้เป็นอะไรที่สร้างพลังให้กลับแบรนด์อย่างมากโดยการใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเล่าเรื่องผ่านเสียงน้ำมันเดือดอีกทั้งยังเล่าเรื่องได้ครบในเวลาอันสั้น ทำให้ผู้คนเข้าใจได้ง่ายและสามารถถ่ายทอดศักยภาพของน้ำมัน Cocinero Oil ได้ดีเยี่ยมเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งโฆษณาที่เหล่า Creative น่าจะนำไปใช้เป็นเคสตัวอย่างได้ดีเลยด้วย เพื่อนๆ คิดว่าอย่างไรกันบ้างไม่ใช่ว่าพอฟังจบทั้ง 3 คลิปแล้วไปแอบทำอาหารแล้วฟังเสียงกันอยู่นะฮ่าๆ

By |2020-03-19T17:59:43+00:00มีนาคม 19th, 2020|Categories: global, Works|Tags: , , , , , , , , |0 Comments

Google จับมือ The New York Times เปิดตัวเทคโนโลยีเลนส์ AR แอปพลิเคชั่นที่ผสานโลกเสมือนและความจริงเข้าด้วยกัน

ในยุคปัจจุบันที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยียังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในหลายๆ สาขา หนึ่งในเทคโนโลยีที่เป็นที่จับตามองอยู่บ่อยๆ อย่างเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) กำลังได้รับการพัฒนาไปอีกขั้นเพื่อตอบสนองต่อการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วไป   https://www.youtube.com/watch?time_continue=2&v=bqD9i4_S87s&feature=emb_title   ในสัปดาห์นี้ Google ได้เปิดตัวโครงการใหม่โดยจับมือกับ The New York Time สื่อสิ่งพิมพ์ชื่อดังของสหรัฐอเมริกา โดยเทคโนโลยีนี้เป็นแอปพลิเคชั่นที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นข้อความบางอย่างที่ซ้อนอยู่ในสื่อสิ่งพิมพ์ผ่าน Google Lens     ตลอดระยะเวลาครึ่งปีที่ Google ได้ทำงานร่วมกับ The New York Times เรามีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านนิตยสารฉบับสื่อสิ่งพิมพ์สามารถใช้ Google Lens เพื่อปลดล็อกเนื้อหาของนิตยสารเล่มนั้นเพิ่มเติม ด้วยการเล็งกล้องสมาร์ทโฟนของพวกเขาไปยังหน้าที่อ่านอยู่ของนิตยสารแล้วข้อมูลที่ซ้อนอยู่ก็จะปรากฏออกมาผ่านจอสมาร์ทโฟนของผู้ใช้ นอกจากนี้นิตยสาร The Times Magazine ยังตีพิมพ์ว่าผู้อ่านสามารถใช้ Google Lens ในการเข้าถึงวิดีโอภาพเคลื่อนไหวและเนื้อหาดิจิตอลรูปแบบอื่นๆ ได้อีกด้วย     ไอเดียนี้นี้เป็นการเน้นย้ำถึงศักยภาพของเทคโนโลยี AR ในการขยายความเป็นไปได้ของการสื่อสารที่มีอยู่ด้วยวิธีการใหม่ๆ ในขณะที่เรายังคงอยู่ช่วงริเริ่มของการรวบรวมข้อมูลและพัฒนาเทคโนโลยี AR เช่นนี้แล้ว Google

By |2020-03-18T22:04:06+00:00มีนาคม 18th, 2020|Categories: global, Works|Tags: , , |0 Comments

Time to Wash Hands แคมเปญจาก SS+K ที่จะแจ้งเตือนให้คุณเห็นความสำคัญของการ ‘ล้างมือ’ เพื่อสู้กับไวรัส Covid19

เมื่อ Covid19 ยังคงแพร่กระจายอย่างต่อเนื่องผู้คนต่างหวาดกลัวและหาวิธีรับมือกับสภาวะเช่นนี้ วิธีที่ง่ายที่สุดอย่าง ‘การล้างมือ’ เป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ง่ายและรวดเร็วที่สุดในการจะช่วยหยุดการแพร่กระจายของเชื้อโรคนี้อีกด้วย https://www.instagram.com/p/B9xaxATAvxa/ SS+K เอเจนซีโฆษณาที่เป็นหุ้นส่วนกับผู้ผลิตสบู่น้ำนมแพะ ‘Beekman1802’ ได้คิดค้นแคมเปญต้านไวรัส Covid19 ด้วยการเปิด Account ในโซเชียลมีเดียโดยใช้ชื่อว่า Twitter : @TimeToWashHands และบน Instagram : @TimeToWashHands_ ผู้ที่กดติดตาม Account ดังกล่าวทุกคนจะได้รับการแจ้งเตือนในการล้างมือเป็นระยะด้วยช่วงเวลาในการล้างมือที่เหมาะสมและถูกต้อง     อีกทั้งผู้ประกาศข่าวชื่อดังและมีผลงานในวงการบันเทิงมากมายอย่าง Katie Couric เธอได้ให้การสนับสนุนความพยายามที่จะหยุดเชื้อไวรัสในครั้งนี้ด้วยการแชร์คลิปวิดีโอสั้นๆ ของตัวเองขณะล้างมือเป็นเวลา 20 วินาที เพื่อส่งต่อแคมเปญนี้ไปยังผู้คนต่อไป แอดคิดว่านี้เป็นอีกหนึ่งไอเดียในการป้องกันเชื้อไวรัส Covid19 ได้ดีมาก ด้วยโลกปัจจุบันที่เรามักจดจ่ออยู่กับสื่อออนไลน์เป็นเรื่องปกติการสร้าง content ที่สื่อสารไปยังผู้คนได้อย่างถูกช่องทางเป็นสิ่งที่สำคัญหากเราสามารถส่งข้อมูลที่ถูกต้องต่อไปยังผู้คนทั่วไปให้ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นถือเป็นการสร้างการรับรู้ที่ดีมากอย่างหนึ่ง หากใครที่ต้องการร่วม Time to Wash Hands Challenge เพื่อช่วยกันหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid19 เพียงโพสต์วิดีโอการล้างมือของคุณในยัง IG & Twitter พร้อมติด @TimeToWashHands

By |2020-03-19T09:41:03+00:00มีนาคม 17th, 2020|Categories: global, Works|Tags: , , , , |0 Comments